สาวอเมริกันใช้ “พลังโซเชียลมีเดีย” ตามล่าชายผู้ก่อเหตุสังหารแม่ของเธอ จนสามารถตามตัวมารับโทษได้สำเร็จ หลังหลบหนีข้ามแดนไปกบดานในเม็กซิโกนานกว่า 10 ปี

หนีไปไกลแค่ไหนก็หนีความยุติธรรมไม่พ้น เรื่องราวของหญิงสาวจากรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา กลายเป็นตัวอย่างของพลังแห่งความมุ่งมั่น เมื่อเธอใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการติดตามตัวชายผู้สังหารแม่ของตนเอง จนสามารถนำตัวผู้ก่อเหตุมารับโทษได้สำเร็จ หลังหลบหนีคดีนานกว่า 10 ปี

เคียนี เดเฆซุส มีอายุเพียง 11 ปี เมื่อแม่ของเธอ เอมิเลีย อิกนาซิโอ ถูกอดีตแฟนหนุ่ม ฮวน มิเกล โรมัน-บัลเดราส ฆาตกรรมในเดือนเมษายน ปี 2557 เหตุการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล และทิ้งบาดแผลทางใจให้กับครอบครัวอย่างยากจะลบเลือน

เอมิเลีย อิกนาซิโอ และลูกสาว เคียนี เดเฆซุส

เอมิเลีย อิกนาซิโอ และลูกสาว เคียนี เดเฆซุส – ภาพจากครอบครัว / NBC Washington

หลังเกิดเหตุ โรมัน-บัลเดราสหลบหนีไปยังประเทศเม็กซิโก ทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้เบื้องหลัง ก่อนเริ่มต้นชีวิตใหม่ภายใต้สภาพแวดล้อมใหม่และสร้างครอบครัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงเฝ้ารอความยุติธรรมอย่างไร้ความคืบหน้า

ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ เดเฆซุสไม่เคยหยุดตามหาตัวผู้ต้องหา เธอเริ่มเผยแพร่ภาพถ่ายเก่า ๆ ของครอบครัวผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมติดต่อผู้คนผ่านอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก หวังว่าจะมีใครสักคนจำใบหน้าของชายคนนี้ได้ และในที่สุดความพยายามของเธอก็เริ่มเห็นผล

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบัญชีอินสตาแกรมด้านคดีอาชญากรรมชื่อ Crime Time Tea Time ช่วยเผยแพร่เรื่องราวของคดี จนได้รับความสนใจในวงกว้าง ก่อนจะมีผู้ให้ข้อมูลติดต่อเข้ามา โดยระบุว่ารู้จักโรมัน-บัลเดราสซึ่งกำลังใช้ชื่อใหม่และอาศัยอยู่ในเม็กซิโก เบาะแสดังกล่าวนำไปสู่การจับกุมตัวของเขาในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ระหว่างการพิจารณาคดี เดเฆซุสได้กล่าวต่อศาลทั้งน้ำตา เล่าถึงความสูญเสียที่ครอบครัวต้องเผชิญ รวมถึงพฤติกรรมรุนแรงของผู้ก่อเหตุในอดีต เธอเปิดเผยว่าเขาเคยทำร้ายเธอตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และยังทารุณสัตว์เลี้ยงของครอบครัวอีกด้วย

โรมัน-บัลเดราสรับสารภาพในข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ฝ่ายทนายจะพยายามขอให้ศาลลดโทษ โดยอ้างว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว แต่ผู้พิพากษาเห็นว่าการกระทำมีความโหดร้ายรุนแรง และตัดสินลงโทษสูงสุดตามข้อตกลงรับสารภาพ ส่งผลให้คดีที่ค้างคามานานกว่าทศวรรษสิ้นสุดลงในที่สุด

สำหรับเดเฆซุส การต่อสู้ครั้งนี้ไม่เพียงนำความยุติธรรมกลับคืนสู่ครอบครัว แต่ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากก้าวสู่เส้นทางอาชีพด้านกฎหมายหรือการสืบสวนในอนาคต เรื่องราวของเธอยังสะท้อนให้เห็นว่า ในยุคดิจิทัล พลังของโซเชียลมีเดียสามารถกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยคลี่คลายคดีและทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสียได้จริง

ที่มา: nbcnews

อ่านข่าวเพิ่มเติม: เปิดเหตุจูงใจ! เจ้าหน้าที่แล็บมหาวิทยาลัยดังสหรัฐฯ วางยาพิษเพื่อนร่วมงาน ปมแค้นสะสม ชวดเลื่อนตำแหน่ง สารภาพใช้ AI ช่วยหาข้อมูลก่อนลงมือ

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน