ทนเพื่อลูก พ่อลูกสอง ไม่ยอมไปหาหมอฟัน 14 ปี หวังประหยัดเงิน จ่ายค่าไฟ – ค่าอาหาร สุดท้ายฟันผุเกือบทั้งปาก ปวดเรื้อรังทุกวัน
วันที่ 23 มิ.ย. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ชายสหรัฐ ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสะเทือนใจ หลังต้องเลื่อนการรักษาฟันมานานถึง 14 ปี เพราะต้องนำเงินไปดูแลลูกและจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นในครัวเรือน ส่งผลให้ฟันผุรุนแรง สูญเสียฟันไปแล้วครึ่งหนึ่ง และต้องเผชิญอาการปวดเรื้อรังทุกวัน
เบรเกน แมคอินทอช วัย 46 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เล่าว่า ปัญหาเริ่มต้นเมื่อ 14 ปีก่อน หลังทันตแพทย์ตรวจพบฟันคุด 4 ซี่จำเป็นต้องผ่าตัดออก
แต่เขาไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ ทำให้ฟันคุดดันฟันซี่อื่นจนเกิดการแตกร้าวเป็นลูกโซ่ ก่อนลุกลามจนฟันส่วนใหญ่แตกหัก และผุอย่างหนัก
ปัจจุบัน แมคอินทอชเหลือฟันแท้เพียง 16 ซี่จากทั้งหมด 32 ซี่ เขาระบุว่า การทานอาหารกลายเป็นเรื่องยาก ต้องเลือกกินอาหารอ่อน ๆ หรืออาหารที่แทบไม่ต้องเคี้ยว
อีกทั้งยังไม่สามารถดื่มน้ำเย็นได้ เพราะความเย็นจะกระตุ้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีเศษกระดูกติดอยู่ในเหงือกซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยด่วน

ภาพประกอบ
ปัญหาฟันที่กล่าวมานั้นส่งผลต่อสภาพจิตใจของเขาอย่างมาก เขายอมรับว่า ขาดความมั่นใจในการพูดคุยและหัวเราะกับผู้คน เพราะรู้สึกอับอายกับรูปลักษณ์ของฟัน
แม้จะพยายามแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ แต่การขาดงบประมาณสำหรับการรักษาและภาระการเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ทำให้เขาต้องเลือกจ่ายค่าอาหาร ค่าไฟ และค่าน้ำมันรถ แทนการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม
ล่าสุด แมคอินทอชได้เปิดระดมทุนผ่าน GoFundMe เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการบูรณะฟัน พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสุขภาพช่องปาก
โดยย้ำว่า “การไปพบทันตแพทย์สำคัญไม่ต่างจากการจ่ายบิลค่าใช้จ่ายประจำเดือน” และเตือนว่าอย่าปล่อยให้ปัญหาเล็ก ๆ ลุกลามจนกลายเป็นความเจ็บปวดและภาระทางการเงินที่ยากจะแก้ไขในอนาคต
ขอบคุณที่มา people
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์