อุทาหรณ์คนชอบขยี้ตา! หนุ่มจีนวัย 36 ปี สูญเสียการมองเห็นบางส่วน หลังแพทย์พบไรขน (Demodex) กว่า 1,000 ตัวอาศัยในขนตา เหตุจากสุขอนามัยและพฤติกรรมเสี่ยง
ชายชาวจีนวัย 36 ปี จากมณฑลหูเป่ย ต้องเผชิญกับภาวะการมองเห็นลดลงอย่างมาก หลังปล่อยให้อาการระคายเคืองดวงตาเรื้อรังนานกว่า 6 เดือน ก่อนเข้ารับการรักษาและพบสาเหตุที่ทำให้ทั้งแพทย์และชาวเน็ตตกใจ นั่นคือมี ตัวไรขนเดโมเด็กซ์ (Demodex) อาศัยอยู่บริเวณขนตารวมมากกว่า 1,000 ตัว โดยแพทย์ระบุว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้น
ผู้ป่วยเล่าว่า ช่วงแรกเริ่มมีอาการตาแห้ง คัน แสบ และมีขี้ตาเหนียวติดอยู่ตลอดเวลา แต่แทนที่จะพบแพทย์ เขากลับเลือกขยี้ตาบ่อยขึ้นและซื้อยาหยอดตามาใช้เอง หวังให้อาการดีขึ้น ทว่าทุกอย่างกลับแย่ลงเรื่อย ๆ จนในที่สุด “การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว” จึงตัดสินใจไปตรวจที่คลินิก
หลังการตรวจอย่างละเอียด แพทย์วินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็น “โรคเปลือกตาอักเสบ” จากตัวไรขนเดโมเด็กซ์ ซึ่งเกิดจากตัวไรขนเพิ่มจำนวนผิดปกติและเข้าไปอาศัยในรูขุมขนของขนตา แพทย์หญิง ฉิน เจียว สุ่มถอนขนตาจากดวงตาทั้งสองข้างรวม 16 เส้น เพื่อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ และพบว่า “ขนตาแต่ละเส้นมีไรอยู่ถึง 8 – 9 ตัว”

ภาพระยะใกล้เผยให้เห็น ดวงตาที่มีอาการอักเสบรุนแรง พร้อมเส้นเลือดสีแดงจำนวนมากที่เห็นได้ชัดบนผิวตา โดยพฤติกรรมด้านสุขอนามัยที่ไม่ดีอาจทำให้ แบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตที่เป็นอันตรายเข้าสู่ดวงตาได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อที่สร้างความเจ็บปวด หรืออาจนำไปสู่ ความเสียหายต่อการมองเห็นอย่างถาวร ได้ – ภาพประกอบ
จากข้อมูลที่ว่าดวงตาแต่ละข้างมีขนตาประมาณ 100 – 150 เส้น แพทย์จึงประเมินว่า “ผู้ป่วยอาจมีตัวไรขนเดโมเด็กซ์อาศัยอยู่บริเวณเปลือกตาตั้งแต่หลายร้อยตัว ไปจนถึงมากกว่า 1,000 ตัว” ซึ่งไม่เพียงทำให้เปลือกตาอักเสบ แต่ยังส่งผลให้เกิดภาวะตาแห้ง และหากปล่อยไว้อาจทำให้กระจกตาเสียหายจนกระทบต่อการมองเห็นได้
แพทย์ระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้ป่วย” โดยเฉพาะการขยี้ตาเป็นประจำ รวมถึงการละเลยสุขอนามัย เช่น การเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและเครื่องนอนไม่บ่อยพอ ซึ่งผู้ป่วยยอมรับว่าเปลี่ยนเพียง ทุก 3 เดือน นอกจากนี้ โรคดังกล่าวยังมักมีอาการคล้ายโรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดและเลือกซื้อยาหยอดตามาใช้เอง ส่งผลให้การรักษาที่ถูกต้องล่าช้า
สำหรับแนวทางการรักษา แพทย์ใช้แสงพัลส์ความเข้มสูง ร่วมกับยาต้านการอักเสบ พร้อมแนะนำให้ผู้ป่วยทำความสะอาดโคนขนตาทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของทีทรีออยล์ ซึ่งช่วยลดจำนวนไรเดโมเด็กซ์ได้ นอกจากนี้ ยังต้องปรับพฤติกรรมด้วยการเปลี่ยนเครื่องนอนให้บ่อยขึ้น ไม่ใช้ผ้าขนหนูร่วมกับผู้อื่น ลดอาหารไขมันสูง และลดเวลาการใช้หน้าจออิเล็กทรอนิกส์

แพทย์ระบุว่า อาการของอวี่มีสาเหตุมาจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะ การขยี้ตาบ่อยครั้ง และการไม่ซักหรือเปลี่ยนเครื่องนอนเป็นประจำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสะสมของไรและกระตุ้นให้เกิดปัญหาบริเวณดวงตาได้ – ภาพประกอบ
ฉิน เจียว เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ผู้ป่วยที่มีปัญหาตัวไรขนเดโมเด็กซ์บริเวณดวงตาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ การใช้สายตาหนัก ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง รวมถึงการแต่งหน้าเป็นเวลานานโดยล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด พร้อมเตือนว่า หากมีอาการเปลือกตาคัน แสบ ตาแห้ง มีขี้ตาเหนียวเมื่อตื่นนอน หรือขนตาร่วงผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที ไม่ควรรักษาเอง เพราะอาจทำให้อาการลุกลามและส่งผลต่อการมองเห็นได้
หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยหลายคนยอมรับว่ารู้สึกตกใจกับจำนวนไรที่พบในดวงตาของผู้ป่วย บางรายระบุว่า “น่ากลัวมาก” ขณะที่อีกหลายคนมองตรงกันว่า เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการขยี้ตาโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพดวงตาในระยะยาว
ที่มา: scmp
อ่านข่าวเพิ่มเติม: อุทาหรณ์! ภรรยาชาวจีนดูดพิษงูเห่าช่วยสามี หลังเลียนแบบวิธีจากโทรทัศน์ สุดท้ายตัวเองต้องเข้าโรงพยาบาล แพทย์เตือนอย่าทำตาม เพราะอาจยิ่งเสี่ยงอันตราย
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์