เทรนด์ใหม่ในวงการศัลยกรรมสหรัฐอเมริกา “ฉีดไขมันจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต” กำลังมาแรง หลังคนปักปากกาลดน้ำหนักจนไขมันหาย หน้าตอบ-ตัวซูบ

กระแสการใช้ยาลดน้ำหนักอย่าง Ozempic และ Mounjaro กำลังเปลี่ยนโฉมวงการศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้ที่ลดน้ำหนักได้จำนวนมากกลับต้องเผชิญกับปัญหาใบหน้าและสัดส่วนตอบ จนเกิดความนิยมในการรักษารูปแบบใหม่โดยการฉีดไขมันจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต เพื่อเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ฉีด “โครงสร้างไขมัน” ไม่ใช่เซลล์ไขมันทั้งก้อน

แท้จริงแล้ว การรักษาลักษณะนี้มีใช้มานานกว่าทศวรรษ โดยเริ่มจากผลิตภัณฑ์ Renuva ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารเนื้อเยื่อ MTF Biologics สำหรับใช้เติมเต็มใบหน้า แก้รอยบุ๋มจากเซลลูไลต์ และแก้ไขความบกพร่องของรูปร่าง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ชื่อ AlloClae ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Tiger Aesthetics กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก

ผู้ผลิตระบุว่า วัตถุดิบมาจากไขมันของผู้บริจาคอวัยวะที่เสียชีวิต แต่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและทำให้บริสุทธิ์ จนกำจัดเซลล์ที่ยังมีชีวิต สารพันธุกรรม (DNA) และองค์ประกอบที่อาจทำให้ร่างกายต่อต้านออกทั้งหมด

สิ่งที่เหลืออยู่คือ โครงสร้างนอกเซลล์ของเนื้อเยื่อไขมัน (Extracellular Matrix) ซึ่งอุดมไปด้วยคอลลาเจนและโปรตีน ทำหน้าที่เป็นโครงรองรับให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของตัวเอง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการปฏิเสธจากภูมิคุ้มกัน

แม้ AlloClae จะมีจำหน่ายมาหลายปีแล้ว แต่ความต้องการกลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังการแพร่หลายของยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 เช่น Ozempic และ Mounjaro ยาดังกล่าวช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในหลายรายกลับทำให้ไขมันบริเวณที่ไม่ต้องการให้หายไป เช่น หน้าอก สะโพก หรือบั้นท้าย ส่งผลให้รูปร่างดูไม่สมส่วน

นพ.เมลิสซา ดอฟต์ ศัลยแพทย์ตกแต่งในนครนิวยอร์ก ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า “คนที่ใช้ Ozempic หรือควบคุมอาหารอย่างหนักมักผอมมาก จนไม่มีไขมันของตัวเองเพียงพอสำหรับการย้ายไขมัน พวกเขาอยากให้หน้าท้องและขาเล็กลง แต่ยังต้องการให้หน้าอกดูอวบอิ่ม”

ด้าน นพ.ดาร์เรน สมิธ ศัลยแพทย์ตกแต่ง กล่าวกับ New York Post ว่า ผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้ารับการเสริมหน้าอกหรือทำบราซิลเลียนบัตต์ลิฟต์ (BBL) ขนาดเล็กด้วย AlloClae ล้วนเป็นผู้ที่สูญเสียไขมันจากการใช้ Ozempic และยากลุ่มเดียวกัน

ทางเลือกใหม่แทนฟิลเลอร์

โดยทั่วไป การเติมเต็มสัดส่วนสามารถทำได้ด้วยฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) แต่บางรายอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการบวม หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำเหลือง สำหรับผู้ที่มีกำลังทรัพย์ การใช้ผลิตภัณฑ์อย่าง AlloClae หรือ Renuva จึงถูกมองว่าเป็นอีกทางเลือกที่ให้ผลเป็นธรรมชาติมากกว่า

ที่มาของไขมัน จุดถกเถียงด้านจริยธรรม

แม้หัตถการนี้จะถูกเรียกว่า “การฉีดไขมันจากศพ” แต่ในความเป็นจริง วัตถุดิบมาจาก ผู้บริจาคอวัยวะที่เสียชีวิต และได้รับอนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการนำเนื้อเยื่อจากผู้เสียชีวิตมาใช้ในธุรกิจความงาม ยังคงเป็นที่ถกเถียงในด้านจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ดูเหมือนว่าผู้เข้ารับบริการจำนวนมากไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้

นพ.ไฮเดห์ เฮอร์มานด์ ศัลยแพทย์ตกแต่งในนิวยอร์ก กล่าวว่า “ตอนแรกฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกขยะแขยง แต่ความจริงมีคนที่ใส่ใจเรื่องนี้น้อยกว่าที่คิด ส่วนใหญ่สนใจว่าขั้นตอนสะดวกและได้ผล” เธออธิบายว่า หัตถการดังกล่าวแทบไม่ต้องใช้ยาสลบ และใช้เวลาพักฟื้นน้อยมาก จึงกลายเป็นจุดขายสำคัญ

ราคาสูง แต่ความนิยมยังพุ่ง

แม้การรักษาด้วย AlloClae จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000-45,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 แสนบาท – 1.4 ล้านบาท) และบางกรณีอาจสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) แต่ความนิยมกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่ต้องการแก้ไขรูปร่างหลังการลดน้ำหนัก

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ความสำเร็จของยาลดน้ำหนักรุ่นใหม่กำลังสร้างความต้องการบริการความงามรูปแบบใหม่ตามมา ขณะเดียวกันก็จุดประกายคำถามด้านจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เนื้อเยื่อจากผู้เสียชีวิตในเชิงพาณิชย์ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่สังคมและวงการแพทย์ถกเถียงกันต่อไป

ที่มา: odditycentral

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน