ชายจีนใจสู้ แม้หูหนวกเป็นใบ้ วิ่งฝ่าไฟไหม้เคาะประตูปลุกชาวบ้าน ช่วย 9 ชีวิตหนีทัน ยกย่องเป็น “ฮีโร่ไร้เสียง”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดเหตุเพลิงไหม้ในเมืองหลางจง มณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดย “เว่ยจื้อหลี่” ชายวัย 33 ปี ผู้พิการทางการได้ยินและการพูด สังเกตเห็นแสงไฟจากเหตุเพลิงไหม้ ก่อนรีบย้อนกลับไปยังจุดเกิดเหตุ จนสามารถช่วยชาวบ้าน ให้หนีออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

วันเกิดเหตุ นายเว่ยขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านจากตัวเมือง เมื่อเดินทางมาถึงจุดที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เขาสังเกตเห็นเปลวไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นจากบริเวณชุมชน จึงรีบกลับรถมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที เพราะเกรงว่าชาวบ้านที่กำลังหลับใหลจะไม่รู้ตัว

แม้นายเว่ยจะไม่สามารถพูดหรือได้ยินเสียง แต่เขาพยายามหาวิธีแจ้งเตือนชาวบ้าน โดยเริ่มจากบีบแตรรถจักรยานยนต์ซ้ำ ๆ ก่อนหยิบเศษอิฐและก้อนหินข้างทางมาเคาะเพื่อสร้างเสียง หวังให้ชาวบ้านออกมาดู แต่ในตอนแรกยังไม่มีใครออกมา

เมื่อเห็นว่าเปลวไฟกำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว เขาจึงจอดรถและวิ่งเคาะประตูบ้านทีละหลังอย่างแรง พร้อมใช้มือชี้ไปยังทิศทางที่เกิดไฟไหม้ เพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนรีบออกจากบ้าน จนในที่สุดสามารถช่วยชาวบ้านที่กำลังหลับอยู่ได้ 9 คน ให้หนีออกจากพื้นที่ได้ทันเวลา

ด้าน “ผู่ เหวยกั๋ว” หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือ เล่าว่า ขณะนั้นเขากำลังนอนหลับ ก่อนจะสะดุ้งตื่นจากเสียงเคาะ เมื่อเปิดประตูออกมา ก็พบนายเว่ยมีใบหน้าแดงก่ำ พร้อมพยายามใช้มือส่งสัญญาณ

เมื่อมองไปตามทิศทางที่นายเว่ยชี้ เขาจึงพบว่าบริเวณใกล้ตลาดและร้านน้ำชา มีบ้านหลายหลังถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรง และยังมีเสียงอุปกรณ์ไฟฟ้าระเบิดเป็นระยะ จึงรีบแจ้งชาวบ้านคนอื่น ๆ พร้อมติดต่อเจ้าหน้าที่หมู่บ้านและหน่วยดับเพลิงให้เข้าช่วยเหลือ

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้กินพื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร บ้านเรือน 3 หลังทรัพย์สินภายในถูกไฟเผาเสียหายทั้งหมด มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ 12 คน แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ตามรายงาน เว่ยจื้อหลี่ สูญเสียการได้ยินรวมถึงความสามารถในการพูดตั้งแต่เด็ก เนื่องจากอาการป่วย หลังบิดาเสียชีวิตและมารดาแต่งงานใหม่ เขาต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังมานานหลายปี

แม้จะเติบโตมาพร้อมกับความยากลำบาก แต่นายเว่ยยังคงมีน้ำใจต่อคนรอบข้าง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปเยี่ยม พร้อมกล่าวขอบคุณและชื่นชมในความกล้าหาญของเขา ซึ่งการกระทำของนายเว่ยพิสูจน์ได้ว่า ฮีโร่ตัวจริงไม่จำเป็นต้องส่งเสียง และไม่จำเป็นต้องมีคำพูดสวยหรู ก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้

ขอบคุณที่มา bastillepost

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน