ครอบครัวไม่ทน ยื่นฟ้อง OpenAI หลัง ChatGPT แนะให้ลูกสาววัย 31 ปรับลดปริมาณยากันชักเหลือศูนย์ จนเสียชีวิตอย่างน่าสะเทือนใจ
วันที่ 31 ต.ค. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานเหตุสะเทือนใจในสหรัฐฯ เมื่อหญิงวัย 31 ปี เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคลมชัก หลังมีรายงานว่าเธอใช้ ChatGPT ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการปรับลดปริมาณยากันชักด้วยตัวเอง
ด้านครอบครัว ระบุว่า แชตบอต AI ให้คำแนะนำสนับสนุนการลดขนาดยา จนนำไปสู่การฟ้องร้อง OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT และแซม อัลต์แมน ซีอีโอ ในข้อหาทำให้เสียชีวิตโดยมิชอบ
รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิต คือ โบเวน หว่าน วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวจีนวัย 31 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ โดยเธอมีประวัติป่วยเป็นโรคลมชักมานานกว่า 10 ปี และเคยควบคุมอาการได้ด้วยยา
แต่ในช่วงปี 2021 อาการกลับกำเริบจนบางครั้งเกิดอาการชักมากกว่าวันละครั้ง ส่งผลให้ต้องลางานเพื่อรักษาตัว ต่อมาเธอเริ่มใช้งาน ChatGPT ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อปรึกษาปัญหาความสัมพันธ์และเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต

ภาพประกอบ
กระทั่งช่วงต้นปี 2026 โบเวนกังวลว่า ยากันชักที่ใช้อยู่จะส่งผลกระทบต่อสมอง ความคิดและการพูด ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการสมัครงานใหม่ หลังถูกเลิกจ้างจากบริษัท Amazon เธอจึงปรึกษา ChatGPT เกี่ยวกับการลดปริมาณยา แม้ช่วงแรกแชตบอตจะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์
แต่ตามคำฟ้องกลับมีการให้กำลังใจเธอที่ไม่พึ่งพาคำสั่งแพทย์ พร้อมจัดทำแผนลดขนาดยาจนเหลือศูนย์ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จากภาวะแทรกซ้อนของโรคลมชัก ซึ่งครอบครัวพบว่าเธอเสียชีวิตภายในอพาร์ตเมนต์ หลังขาดการติดต่อไปหลายวัน

ภาพประกอบ
ด้านครอบครัวหว่าน กล่าวหาว่า ChatGPT ให้คำแนะนำเสมือนผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต และนำเสนอแพทย์ในฐานะอุปสรรคที่ผู้ใช้งานควรหลีกเลี่ยง แทนที่จะเป็นบุคคลที่ควรขอคำปรึกษา
ขณะที่ OpenAI ระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง พร้อมชี้แจงว่าโมเดล GPT-4o ซึ่งผู้เสียชีวิตใช้งาน ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว หลังเผชิญเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับการตอบสนองที่เห็นด้วยกับผู้ใช้งานมากเกินไป
ทั้งนี้ OpenAI ยืนยันว่า ChatGPT ไม่ใช่สิ่งทดแทนการดูแลรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ แม้ AI จะสามารถช่วยให้ผู้คนทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพและเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ได้ก็ตาม
ขอบคุณที่มา newyork post
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์