กัมพูชาอวดผลงานปราบสแกม! – วันที่ 8 พ.ย. สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า ทางการกัมพูชาเพิกถอนใบอนุญาตกาสิโน 18 แห่งที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป (ปรินซ์กรุ๊ป)

พร้อมประสานความร่วมมือกับสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ตำรวจสากล-อินเตอร์โพล) ท่ามกลางความพยายามปราบปราม การหลอกลวงทางออนไลน์ (สแกมเมอร์) ในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทางการกัมพูชาได้เพิกถอนใบอนุญาตคาสิโน 18 แห่งที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มปรินซ์กรุ๊ป และกระชับความร่วมมือกับสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และอินเตอร์โพล ท่ามกลางการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีอาวุโส ชาย สินาริท เปิดเผยมาตรการดังกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งมีนักการทูตต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม ณ สำนักงานใหญ่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ

กัมพูชาอวดผลงานปราบสแกม! – The Cambodian authorities have revoked 18 casino licences linked to the Prince Group network and deepened cooperation with the Federal Bureau of Investigation and Interpol amid an ongoing nationwide crackdown on online scam operations. Senior Minister Chhay Sinarith disclosed the measures during a Nov 6 briefing, which was attended by foreign diplomats and international organisations at the headquarters of the Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation. /Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation/

นายฉาย สินาริท รัฐมนตรีอาวุโสและหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะกรรมการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ของกัมพูชา (ซีซีโอเอส) เปิดเผยมาตรการดังกล่าวระหว่างแถลงข่าวโดยมีนักการทูตต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมที่สำนักงานใหญ่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ

กัมพูชายังรายงานด้วยว่าได้อายัดบัญชีธนาคารมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,065 ล้านบาท) พร้อมด้วยทรัพย์สิน ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงในวงกว้าง

นอกจากนี้ ทางการยังรายงานว่าได้ดำเนินการอายัดเงินในบัญชีธนาคารมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในวงกว้างเพื่อปราบปรามการฉ้อโกง โดยสินาริท (Sinarith) หัวหน้าคณะกรรมาธิการเพื่อการปราบปรามการฉ้อโกงผ่านเทคโนโลยี (CCTC) ได้ชี้แจงถึงแนวทางการตอบสนองของรัฐบาลต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มพรินซ์กรุ๊ป

The authorities also reported freezing more than US$300 million in bank accounts, alongside movable and immovable assets valued at hundreds of millions of dollars, as part on the broader anti-scam campaign. Sinarith, head of the Commission for Combating Technology-enabled Scams (CCTC), outlined the government’s response to information concerning US sanctions targeting individuals and entities associated with the Prince Group network. /Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation/

นายสินาริทสรุปการตอบสนองของรัฐบาลต่อข้อมูลเกี่ยวกับการคว่ำบาตรของสหรัฐที่มุ่งเป้าไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายปรินซ์กรุ๊ป “กัมพูชากำลังดำเนินการสืบสวนเชิงลึกอย่างแข็งขันและสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงเอฟบีไอและอินเตอร์โพลเพื่อทำลายเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้ให้สิ้นซาก”

แถลงการณ์ยังระบุว่าช่วงปีที่ผ่านมากัมพูชาได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการกาสิโน 18 แห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับปรินซ์กรุ๊ปของนายเฉิน จื้อ ชายชาวจีนที่ถือสัญชาติสหราชอาณาจักรและกัมพูชา ผู้ก่อตั้งปรินซ์กรุ๊ป และนายหลี่ กวง นอกจากนี้ยังสั่งระงับใบอนุญาตกาสิโนเพิ่มอีก 10 แห่ง

ตามแถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ทางการได้เพิกถอนใบอนุญาตคาสิโน 18 แห่งที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย Prince Group ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Chen Zhi และ Li Kuong นอกจากนี้ยังได้ระงับใบอนุญาตคาสิโนอีก 10 แห่ง

กัมพูชาอวดผลงานปราบสแกม! – According to the statement, the authorities revoked 18 casino licences linked to the Prince Group network associated with Chen Zhi and Li Kuong over the past year. Another 10 casino licences have been suspended. /Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation/

มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการดำเนินคดีกับหัวหน้าขบวนการฉ้อโกง และตัดช่องทางการฟอกเงินที่สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มดังกล่าว รัฐบาลกัมพูชาเน้นย้ำถึงการสืบสวนโครงสร้างทางการเงินที่อยู่เบื้องหลังการฉ้อโกง ควบคู่ไปกับการบุกค้นและการดำเนินคดีอาญา โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้ดำเนินการฉ้อโกงระดับสูงและทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.2568 ถึงวันที่ 31 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการในสถานที่ต้องสงสัยจำนวน 972 แห่งทั่วประเทศ และจัดเตรียมสำนวนคดีเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 568 คดี โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหาและถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาคดี 5,032 ราย เจ้าหน้าที่ยังส่งตัวชาวต่างชาติ 23,760 รายจาก 38 สัญชาติกลับประเทศต้นทางด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน