ภาพวงจรปิดเผย 5 มือระเบิด “อีกครอบครัว” ถล่มซ้ำอินโดฯ ที่สำนักงานตำรวจ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เอเอฟพีรายงานเหตุการณ์ก่อการร้ายในอินโดนีเซียว่า เมื่อเวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุระเบิดพลีชีพที่สำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา จังหวัดชวากลาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกว่า 10 คนบาดเจ็บ

โฆษกตำรวจจังหวัดชวาตะวันออกเปิดเผยว่า จากหลักฐานกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้าย 4 คน ทราบเบื้องต้นเป็นผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์โดยมีผู้หญิงนั่งซ้อนท้าย 1 คัน ขับเข้ามายังสำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา และขณะถูกเรียกให้หยุดที่ด่านตรวจ คนร้ายจึงจุดชนวนระเบิด

ต่อมาตำรวจยืนยันว่า ผู้ก่อการมี 5 คน เป็นครอบครัวเดียวกัน ซ้ำรอยการวางระเบิดโบสถ์ 3 แห่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. ทั้งนี้ เด็กหญิงอายุ 8 ขวบมากับกลุ่มคนร้ายในครั้งล่าสุดนี้ไม่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากครอบครัวที่เป็นเครือข่ายกลุ่มจามาห์ อันชารุต เดาเลาะห์ (เจเอดี) ซึ่งสนับสนุนกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูก 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน อายุระหว่าง 9-18 ปี ก่อเหตุระเบิดพลีชีพโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 14 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 40 คน สอบสวนพบว่าครอบครัวนี้เดินทางไปสมรภูมิซีเรีย แหล่งซ่องสุมของกลุ่มไอเอส

ครอบครัวมือระเบิดโบสถ์ 3 แห่ง เมื่อ 13 พ.ค. / Surabaya TRIBUNNEWSBOGOR.COM

ด้านประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย แถลงประณามหลังเกิดเหตุว่า “นี่เป็นการกระทำที่ขลาดเขลา ไร้ซึ่งเกียรติ ไร้มนุษยธรรม และจะไม่มีการประนีประนอมในมาตรการยุติการก่อการร้าย”

TOPSHOT –  a policeman at the site of a blast outside the Gereja Pantekosta Pusat Surabaya (Surabaya Centre Pentecostal Church) in Surabaya. / AFP PHOTO

ก่อนหน้านี้ผู้นำอินโดนีเซียเพิ่งยกเลิกตารางงานเพื่อรุดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดโบสถ์ในเมืองสุราบายา จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวเหยื่อและผู้ได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมแถลงเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ และขอให้ทุกคนสมัครสมานสามัคคีเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ประเทศชาติต้องเผชิญกับความรุนแรงจากการก่อการร้าย

TOPSHOT – A blast outside the Gereja Pantekosta Pusat Surabaya (Surabaya Centre Pentecostal Church) in Surabaya. / AFP PHOTO / PEMERINTAH KOTA SURABAYA / ANDY PINARIA

“เราต้องปรองดองกันเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย และจงร่วมกันสวดภาวนาให้ผู้ได้รับบาดเจ็บหายเป็นปกติ” นายวิโดโดกล่าว

บทความก่อนหน้านี้รณรงค์ ‘คัดค้าน’ กทม. ‘ฮุบ’ หอศิลปฯ ทะลุ 1 หมื่นรายชื่อ ยอดเพิ่มต่อเนื่อง
บทความถัดไปเปิดทะเบียนนักศึกษาจะจะ!! คุณแม่ครอบครัวกร่างอ้างจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์?