เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาเกาหลีใต้ไต่สวนอย่างดุเดือดต่อบรรดาผู้บริหารบริษัทธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่สืบทอดทางตระกูล หรือแชโบล ไม่ว่า ซัมซุง ฮุนได ล็อตเต้ แอลจี จีเอส กรุ๊ป เอสเค กรุ๊ป กรณีพัวพันคดีที่นางชเว ซูนซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ก กึนเฮ ผู้นำหญิงเกาหลีใต้ เรียกรับเงินบริจาคและแทรกแซงกิจการของรัฐ

Samsung Group's heir-apparent Lee Jae-Yong (R) answers a question as SK Group chairman Chey Tae-Won (L) listens to during a parliamentary probe into a scandal engulfing President Park Geun-Hye at the National Assembly in Seoul on December 6, 2016. The publicity-shy heads of South Korea's largest conglomerates faced their worst nightmare on December 6, as they were publicly grilled about possible corrupt practises before an audience of millions. / AFP PHOTO / POOL / JUNG YEON-JE

นายอี แจยอง ทายาทผู้บริหารแห่งซัมซุงตอบข้อซักถามในคณะกรรมาธิการสภา / AFP PHOTO / POOL / JUNG YEON-JE

การไต่สวนครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ เผยภาพประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ผู้ประกอบการชั้นแนวหน้าของประเทศที่มีอิทธิพลสูงและถือว่าแตะต้องได้ยากในสังคมเกาหลีใต้ถูกจับมานั่งรวมกัน เพื่อตอบคำถามรัฐสภาอย่างเคร่งเครียด ว่าเคยเจตนาบริจาคเงินเพื่อแลกกับผลประโยชน์จากรัฐบาลหรือไม่

ทั้งหมดปฏิเสธและชี้แจงว่าสาเหตุที่ต้องบริจาคเงินนั้นเนื่องจากไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากรัฐบาลได้ ส่วนด้านนอกอาคารมีชาวเกาหลีใต้มาชุมนุมหลายร้อยคน โดยบางคนตะโกนว่า “ขังคุกมัน ขังมันให้หมด!”

บรรดาผู้บริหารยักษ์ใหญ่ที่ถูกเรียกมาไต่สวนตามกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีปาร์กที่มีกำหนดลงมติวันที่ 9 ธ.ค. ได้แก่ นายอี แจยอง รองประธานคณะผู้บริหารซัมซุง ที่ได้ฉายาจากสื่อมวลชนว่า “เจ้าชายซัมซุง” ให้การว่า ไม่เคยมีจุดมุ่งหมายบริจาคเงินเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษจากรัฐบาล แม้จะเคยได้รับการร้องขอจากบุคคลใกล้ชิดรัฐบาลหลายครั้ง

 

ทั้งยังระบุว่า ประธานาธิบดีปาร์กเคยพยายามกดดันให้ซัมซุงต้องบริจาคเงินด้วยเมื่อเดือนก.ค. แม้ตนไม่ได้รู้จักกับนางชเวเป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่า การบริจาคเงินเพื่อใช้เป็นทุนเรียนขี่ม้าให้บุตรสาวของนางชเวนั้นเป็นความจริง แต่ไม่มีใครปรึกษาตน

เมื่อคณะกรรมาธิการตั้งคำถามว่า เห็นด้วยกับการรับรู้ของคนทั่วไปหรือไม่ว่า บรรดาบริษัทแชโบลนั้นก็รู้เห็นและสมยอมไปกับนางชเว นายอี กล่าวตอบไม่ตรงคำถามว่า “ผมเองก็มีจุดบกพร่องมากมาย และซัมซุงก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง”

คณะกรรมการจึงถามย้ำคำถามเดิมอีก แต่บอสหนุ่มซัมซุงตอบเลี่ยงอีกว่า “วิกฤตครั้งนี้ทำให้ผมตระหนักว่า เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน”

 

นายอีปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับนางชเว แต่รับทราบข้อมูลมาว่า เงินที่บริจาคไปนั้น นางชเวส่งไปให้ลูกสาวเรียนขี่ม้า

“ผมจะย้ำกับผู้ช่วยว่าเรื่องทำนองนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก” บอสหนุ่มซัมซุงกล่าว

Samsung Group's heir-apparent Lee Jae-Yong answers a question during a parliamentary probe into a scandal engulfing President Park Geun-Hye at the National Assembly in Seoul on December 6, 2016.  The publicity-shy heads of South Korea's largest conglomerates faced their worst nightmare on December 6, as they were publicly grilled about possible corrupt practises before an audience of millions. / AFP PHOTO / POOL / JUNG YEON-JE

Samsung Group’s heir-apparent Lee Jae-Yong / AFP PHOTO / POOL /

ส่วนนายฮู จางซู ประธานาคณะผู้บริหารจีเอส กรุ๊ป ระบุว่า เป็นเรื่องยากมากที่บรรดาเอกชนจะปฏิเสธคำขอของทำเนียบประธานาธิบดี

ด้านนายคู บองมู ประธานคณะผู้บริหารแอลจี กล่าวว่า เอกชนนั้นไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพึ่งพานโยบายของรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน