ยื่นฟ้องคู่รักคนดี ระดมเงินให้ชายเร่ร่อน 13 ล้าน หายเข้ากลีบเมฆ

DAVID SWANSON/ PHILADELPHIA INQUIRER

ยื่นฟ้องคู่รักคนดี ระดมเงินให้ชายเร่ร่อน 13 ล้าน หายเข้ากลีบเมฆ

ยื่นฟ้องคู่รักคนดี บีบีซี รายงานคดีพิพาทที่ผันมาจากการแสดงน้ำใจของคู่รักหนุ่มสาวอเมริกันที่เปิดระดมทุนช่วยชายเร่ร่อนในฟิลาเดลเฟีย กระทั่งได้เงินสูงถึง 402,706 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13 ล้านบาท แต่ต่อมาชายเร่ร่อนกลับไม่ได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงเกิดการฟ้องร้องในที่สุด

ทีมทนายของจอห์นนี บ็อบบิตต์ จูเนียร์ ชายเร่ร่อน อายุ 34 ปี ยื่นคำฟ้องต่อศาลเขตเมาต์โฮลลี เมืองฟิลาเดลเฟีย เพื่อขอเงินก้อนที่เหลือในจำนวน 13 ล้านบาท จาก น.ส.เคต แม็กคลัวร์ อายุ 27 ปี และนาย มาร์ก ดามิโก อายุ 39 ปี ผู้ระดมเงิน เนื่องจากนายบ็อบบิตต์เบิกเงินที่มีผู้บริจาคให้ตนเองไม่ได้ พร้อมด้วยข้อสงสัยว่าหนุ่มสาวคู่นี้นำเงินที่ได้จากการระดมผ่านบัญชีออนไลน์ของบริษัทโกฟันด์มี – GoFundMe ไปใช้ส่วนตัว ศาลนัดฟังความวันที่ 30 ส.ค.นี้

ก่อนหน้านี้ นายบ็อบบิตต์ให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.แม็กคลัวร์และนายดามิโก เพิ่งซื้อรถหรู บีเอ็มดับเบิลยู ทั้งเดินทางไปเที่ยวลาสเวกัสและรัฐฟลอริดา

ยื่นฟ้องคู่รักคนดี

แม้หนุ่มสาวคู่นี้ปฏิเสธ และยืนกรานว่าใช้เงินตัวเองซื้อ แต่รายงานสื่อมวลชนท้องถิ่นตั้งข้อสังเกตว่า นายดามิโกเป็นช่างไม้ ส่วนน.ส.แม็กคลัวร์เป็นพนักงานต้อนรับของการขนส่งนิวเจอร์ซีย์ ไม่น่าจะมีเงินเก็บสูงขนาดนั้น

เรื่องนี้มีที่มาจากการที่นายบ็อบบิตต์เคยให้เงิน 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600 บาท แก่น.ส.แม็กคลัวร์  เพื่อเติมน้ำมันรถที่หมด หลังต้องจอดอยู่ริมทางท่ามกลางความมืดในเมืองฟิลาเดลเฟีย ต่อมา น.ส.แม็กคลัวร์ซาบซึ้งน้ำใจ

หลังจากวันนั้น หญิงสาวกลับมาขอบใจบ็อบบิตต์ อีกหลายครั้ง และนำเสื้อผ้า น้ำและอาหารมาให้ ยังพบว่า บ็อบบิตต์นำเสื้อผ้า อาหาร แบ่งปันให้กับคนเร่ร่อนคนอื่นด้วย หญิงสาวจึงร่วมกับนายดามิโก แฟนหนุ่ม บอกเล่าเรื่องราวนายบ็อบบิตต์และเปิดบัญชีระดมทุนเพื่อช่วยเหลือนายบ็อบบิตต์เพื่อตอบแทน ปรากฏว่าเรื่องราวนี้ไปกินใจผู้คนจนแห่บริจาคกันอย่างท่วมท้น

ด้าน น.ส. แม็กคลัวร์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ฟิลาเดเฟีย อินไควเรอร์ ทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลัง ถึงแม้ทุกวันนี้ก็ยังอยากช่วยนายบ็อบบิตต์ แต่ก็ไม่อยากเสียงานที่ทำอยู่นี้

หญิงสาวกล่าวว่า ความตั้งใจเดิมคือจะระดมเงินให้ถึง 10,000 ดอลลาร์ หรือราว 330,000 บาท แต่เมื่อผู้คนกำลังบริจาคเข้ามาไม่ขาดสาย ตนจึงทำบัญชีไว้ 2 บัญชี เพื่อให้นายบ็อบบิตต์และว่าจ้างทนาย และที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อช่วยนายบ็อบบิตต์บริหารจัดการเงิน

ตอนแรกคู่รักซื้อพาหนะสำหรับพักพิงให้นายบ็อบบิตต์แทนที่จะเป็นบ้าน โดยให้จอดพาหนะไว้หน้าบ้านตนได้ แต่ต่อมากลับขอให้เคลื่อนย้ายออกไป

คู่รักคู่นี้ยังกล่าวด้วยว่า นายบ็อบบิตต์ถลุงเงินไปกับยาเสพติดในช่วง 13 วันแรกถึง 25,000 ดอลลาร์ หรือราว 825,000 บาท นับแต่นั้นพวกตนจึงระงับการจ่ายเงินไว้จนกว่าบ็อบบิตต์จะได้งานทำและเลิกติดยาเสพติด นายดามิโกกล่าวด้วยว่ายินดีจะให้เจ้าหน้าที่บัญชีตรวจสอบ

ปัจจุบันนายบ็อบบิตต์กลับไปเร่ร่อนอยู่ตามถนนเหมือนเดิม โดยให้สัมภาษณ์ว่า ไปขอเศษเงินเพื่อซื้อยาเสพติด ดีกว่าจะไปเอาเงินมาจากนายดามิโกและน.ส.แม็กคลัวร์

DAVID SWANSON/ PHILADELPHIA INQUIRER

น.ส.แจ๊กเกอลีน พรอมิสโล ทนายตวามของนายบ็อบบิตต์กล่าวกับบีบีซี ว่า ต้องการทำคดีนี้ให้เงินที่ผู้คนหลายพันคนบริจาคมาเพื่อเป็นประโยชน์สมกับความตั้งใจของผู้คนที่อยากให้นายบ็อบบิตต์ไปต้องไปเร่ร่อนไร้ที่อยู่อีก

น.ส.พรอมิสโลกล่าวว่า ลูกความตนประเมินว่าคู่รักคู่นี้ใช้เงินที่ได้รับบริจาคสำหรับดูแลเขาไปแล้ว 75,000 ดอลลลาร์ หรือเกือบ 2.5 ล้านบาท ส่วนนายดามิโกระบุว่าเงินที่เหลือในบัญชีตอนนี้มี 150,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 5 ล้านบาท

ทนายหญิงกล่าวว่า ไม่ว่านายบ็อบบิตต์จะใช้เงินอย่างไร ก็ไม่ควรให้หนุ่มสาวคู่นี้เป็นฝ่ายตัดสินใจ ทุกวันนี้ตนได้รับอีเมล์และโทรศัพท์จากคนที่บริจาคเงินให้นายบ็อบบิตต์ ล้วนกล่าวว่า ผิดหวังมากที่เงินไปไม่ถึงชายเร่ร่อนคนนี้

อ่านข่าวก่อนหน้านี้ :

คนดีอลเวง หนุ่มอเมริกันกลับไปเร่ร่อนอีก โวยคู่รักระดมทุนอมเงิน 13 ล้าน

บทความก่อนหน้านี้งงไปทั้งถนน รถทัวร์ลืมสิ่งของสุดสำคัญไว้ท้ายรถ มันก็จะเย็นๆ หน่อย! (คลิป)
บทความถัดไปFootNote:คำถามประเด็นปลดล็อก พุ่งปลายหอกไปยัง‘คสช.’