เปิดความจริงเถิด ผู้กดช็อตประวัติศาสตร์ นองเลือดเทียนอันเหมิน ขอจีน

In this June 5, 1989, file photo (AP Photo/Jeff Widener, File)

ผู้กดช็อตประวัติศาสตร์ จี้จีนเปิดความจริง นองเลือดเทียนอันเหมิน

ผู้กดช็อตประวัติศาสตร์ – เมื่อ 2 มิ.ย. เอพี รายงานเปิดใจ นายเจฟฟ์ ไวด์เนอร์ ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ชายชาวจีนไร้อาวุธ ยืนเผชิญหน้าขบวนรถถัง กลางกรุงปักกิ่ง ระหว่างการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลจีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี เหตุนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน วันที่ 3-4 มิ.ย.

“ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดบรรดาผู้นำจีนถึงไม่ยอมรับความผิดพลาดและเปิดเผยข้อเท็จจริงที่อยู่เบื้องหลังการปราบปราม” นายไวด์เนอร์กล่าว

ช่วงเกิดเหตุ นายไวด์เนอร์ เป็นบรรณาธิการภาพข่าว ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสำนักข่าวเอพี สำนักงานที่กรุงเทพฯ ได้รับแจ้งจากทีมงานให้ไปช่วยบันทึกภาพเหตุการณ์ที่นักศึกษาและประชาชนชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อเริ่มมีบรรยากาศตึงเครียดบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน

กระทั่งวันที่ 3-4 มิ.ย. ทางการสั่งใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม ไวด์เนอร์บันทึกภาพ “บุรุษรถถัง” หรือ “tank man” อันเป็นภาพสะกดอารมณ์ผู้คนทั่วโลก

ผู้กดช็อตประวัติศาสตร์
เจฟฟ์ ไวด์เนอร์ / In this Friday, May 24, 2019, photo, former Associated Press Southeast Asia photo editor Jeff Widener speaks during an interview in Alhambra, Calif. (AP Photo/Marcio Jose Sanchez)

“สหรัฐอเมริกาและชาติยุโรป ทำผิดพลาดในประวัติศาสตร์นี้ที่ยอมประนีประนอมกับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จีนต้องเดินหน้าต่อไป แค่ชำระสะสางว่ามันเกิดอะไรขึ้น บอกกับสมาชิกในครอบครัวเขาซะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา เพื่อจะได้ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมและต้องทำ”

ช่างภาพจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันอายุ 62 ปี ผู้รักการถ่ายภาพตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ กระทั่งได้มาทำงานกับเอพี เล่าย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อน ว่า ตอนที่ได้รับแจ้งให้ไปช่วยบันทึกภาพข่าวที่กรุงปักกิ่ง จึงไปขอวีซ่าที่สถานกงสุลจีนในกรุงเทพฯ แต่ถูกปฏิเสธวีซ่านักข่าว

บอลลูนรูปรถถัง ติดตั้งกลางจัตุรัสเสรีภาพ หรือ ลิเบอร์ตี้ สแควร์ กรุงไทเป ไต้หวัน เพื่อรำลึกเหตุนองเลือดที่เทียนอันเหมิน (AP Photo/Chiang Ying-ying)

ไวด์เนอร์แก้ไขสถานการณ์ด้วยการเดินทางไปฮ่องกงก่อน แล้วขอวีซ่านักท่องเที่ยว ผ่านบริษัททัวร์ จึงเดินทางเข้าไปยังกรุงปักกิ่งได้ โดยถืออุปกรณ์สำหรับล้างฟิล์มในห้องมืดไปด้วย

เมื่อการชุมนุมประท้วงของนักศึกษายกระดับขึ้น จนนักศึกษามายึดพื้นที่กลางจัตุรัส นายไวด์เนอร์จึงขี่จักรยานไปเทียนอันเหมิน ตั้งแต่เช้าทุกวัน

วันที่ 30 พ.ค. ไวด์เนอร์จับภาพรูปปั้น “เทพีแห่งประชาธิปไตย” สัญลักษณ์ของเทพีเสรีภาพในเวอร์ชั่นจีน ตั้งชนกับรูปภาพประธานเหมา เจ๋อตุง ขนาดใหญ่มหึมาที่ประตูเมือง

“มันเป็นภาพกระแทกใจมากที่ประชาธิปไตยเผชิญหน้ากับคอมมิวนิสต์” ไวด์เนอร์กล่าว

เทพีประชาธิปไตย / Jeff Widener

กระทั่งจากนั้นไม่นาน อารมณ์ของสถานการณ์เริ่มเปลี่ยน เมื่อรัฐบาลจีนประกาศกฎอัยการศึก ชาวบ้านในกรุงปักกิ่งพยายามกั้นถนนไม่ให้กองทหาร ซึ่งตอนนั้นยังไม่ติดอาวุธ ผ่านเข้าไปถึงจัตุรัส

ต่อมาเหลาผู้อาวุโสในพรรคคอมมิวนิสต์ นำโดย เติ้งเสี่ยวผิง ตัดสินใจให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม

ค่ำวันที่ 3 มิ.ย.2532 ไวด์เนอร์ขี่จักรยานไปที่จัตุรัสพร้อมเพื่อนอีกคน คือ แดน เบียร์ส เป็นจังหวะที่กองทัพเริ่มใช้กำลังฝ่าด่านกั้นและฝูงชนจากฝั่งตะวันออก ท่ามกลางความชุลมุน ไวด์เนอร์ถูกก้อนยางมะตอยปามาถูกศีรษะจนเลือดตกยางออก ทำให้ต้องกลับไปสำนักงานและโรงแรมก่อน

กระทั่งบ่ายวันที่ 4 มิ.ย. ไวด์เนอร์ออกมายังท้องถนน เจอรถยนต์หลายคันถูกเผา ฝูงชนถูกทหารใช้กำลัง เมื่อเอพีติดต่อไปขอภาพที่ทหารเข้ายึดจัตุรัสเทียนอันเหมิน ไวด์เนอร์จึงมุ่งหน้าไปโรงแรม เป่ยจิง โฮเท็ล ซึ่งเป็นจุดใช้กำลังดุเดือด ได้ยินเสียงปืนปังๆๆ ลั่นไปทั่วบริเวณ

จังหวะนั้น ไวด์เนอร์พบกับนักศึกษาชาวอเมริกัน ชื่อ เคิร์ก มาร์ตเซน ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำรายงานเรื่อง บุรุษรถถัง ตอนนั้นมาร์ตเซนทำทีว่าไวด์เนอร์เป็นเพื่อนเก่า และเปิดทางให้ไวด์เนอร์ผ่านด่านรปภ.ที่คุ้มกันอยู่เข้าไปในโรงแรมได้

มาร์ตเซนมีห้องพักอยู่ที่ชั้น 6 ของโรงแรม และให้ไวด์เนอร์เข้าไปได้ แต่ปัญหาก็คือ ฟิล์มของไวด์เนอร์หมด และไม่มีทางเลยที่จะกลับไปเอาเพิ่มที่สำนักงานอีก

มาร์ตเซนจึงช่วยไปไล่ถามจากนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่กำลังตื่นตระหนกอยู่ในล็อบบี้โรงแรม สองชั่วโมงถัดมา เขากลับมาพร้อมกับฟิล์มที่หาได้ม้วนเดียวเท่านั้น นั่นหมายถึงการถ่ายภาพที่ต้องใช้การให้ได้จริงๆ

ไวด์เนอร์ค้างคืนอยู่ที่โรงแรมนั้นจนถึงเช้าวันที่ 5 มิ.ย. เมื่อได้ยินเสียงรถถังใกล้เข้ามา ไวด์เนอร์วิ่งไปยังระเบียงห้อง

“ผมเริ่มถ่ายรูปช็อตหนึ่ง และชายคนนั้นก็เดินมายังกลางถนน ในมือถือถุงช้อปปิ้ง ผมคิดกับตัวเองว่า นายคนนี้จะทำให้การถ่ายภาพของผมยุ่งแล้วเนี่ย ผมจึงเฝ้าจับตาอยู่ และรอดู เมื่อรถถังไม่ได้ยิง ผมจึงคิดว่า ผมต้องได้ช็อตที่มันใกล้กว่านี้แล้ว” ไวด์เนอร์กล่าว

FILE – หนึ่งบุรุษขวางขบวนรถถัง บนถนนฉางอัน ภาพประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2532 (AP Photo/Jeff Widener, File)

สิ่งที่เห็นต่อมาก็คือ ชายคนนั้นขยับเข้าใกล้รถถังเข้าไปอีก แล้วปีนขึ้นไปพูดอะไรกับคนบนรถ ก่อนจะถูกชายสองคนในชุดสีฟ้าเอาตัวไป จังหวะนั้นมีช่างภาพอย่างน้อย 5 คนบันทึกภาพได้ แต่เวอร์ชั่นของไวด์เนอร์เป็นที่รู้จักมากที่สุด เข้ารอบสุดท้ายรางวัลพูลิตเซอร์ และติดอันดับ 100 ภาพถ่ายทรงอิทธิพลตลอดกาล

+++++++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทางการจีนยืนยันการปราบปรามผู้ประท้วงในเหตุการณ์นองเลือดจัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นนโยบายที่ “ถูกต้อง” แล้ว

 

บทความก่อนหน้านี้รุมทำร้ายจ่านิว ฟาดหน้า ตีหัว ปากแตก กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล (คลิป)
บทความถัดไปทำตามคำท้า! หงส์ทุบสเปอร์คว้าแชมป์ยูฟ่า หนุ่มใส่บ๊อกเซอร์ตัวเดียววิ่งชายหาดพัทยา(คลิป)