เสียชีวิตในเรือนจำ เศรษฐีอเมริกันสู้คดีล่วงละเมิดเด็ก ชี้ฆ่าตัวตาย

เสียชีวิตในเรือนจำ เศรษฐีอเมริกันสู้คดีล่วงละเมิดเด็ก ชี้ฆ่าตัวตาย

เสียชีวิตในเรือนจำ – วันที่ 10 ส.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวการเสียชีวิตของ นายเจฟฟรีย์ เอพสตีน อายุ 66 ปี นักโทษอเมริกัน ในคดีค้ามนุษย์ทางเพศ เพียง 1 วัน หลังจากที่ศาลรัฐบาลกลางของนิวยอร์กเปิดเผยเอกสารถึงรายละเอียดใหม่ของการล่วงละเมิดทางเพศของนายเอพสตีนและผู้ร่วมก่อเหตุ

แหล่งข่าวระบุว่า นายเอพสตีน ซึ่งถูกขังในทัณฑสถานนครบาลนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีอาการหัวใจหยุดเต้น ได้รับการรักษาจากบุคลากรหน่วยการแพทย์ของเรือนจำ ด้วยการนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพ (ซีพีอาร์) จากนั้น รถพยาบาลมารับราว 06.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล คาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

นายเอพสตีนเป็นนักการเงินมหาเศรษฐี ถูกจำคุกตั้งแต่ต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา หลังไม่สารภาพความผิดในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศตามที่พนักงานอัยการกลางของนิวยอร์กสั่งฟ้อง โดยผู้เสียหายเป็นผู้หญิงไม่บรรลุนิติภาวะ และบางคนมีอายุน้อยถึง 14 ปี

พบร่องรอยพยายามฆ่าตัวตายก่อนหน้า

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่และแหล่งข่าววงในของกรณีดังกล่าวบอกกับ ซีเอ็นเอ็น ในเวลานั้นว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายเอพสตีนถูกเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ก.ค. พบว่า นายเอพสตีนขณะอยู่ในห้องขังมีรอยที่ลำคอซึ่งไมได้บาดเจ็บร้ายแรง แต่ไม่มีข้อมูลอย่างชัดเจนว่า นายเอพสตีนบาดเจ็บจากการทำร้ายตัวเอง หรือถูกทำร้ายร่างกาย กันแน่ แต่นายเอพสตีนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ถูกทุบตีและถูกเรียกว่า “นักล่าเด็ก”

นายเอพสตีนถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นการจากการจ่ายเงินจ้างเด็กหญิงอายุน้อยถึง 14 ปี มีเพศสัมพันธ์กับจำเลย ที่บ้านพักในย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์ เมืองแมนแฮตตัน และคฤหาสน์ของจำเลยในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ระหว่างปี 2545-2548

พนักงานอัยการกลางกล่าวว่า จำเลยใช้ลูกจ้างและผู้ร่วมก่อเหตุล่อลวงให้ผู้หญิงไปที่พักของจำเลย และจ่ายเงินจ้างเหยื่อบางคนไปหาผู้หญิงคนอื่นมาให้จำเลยล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่นายเอพสตีนอยู่ระหว่างรอรับการไต่สวนในข้อหาค้าผู้เยาว์และสมรู้ร่วมคิดค้ามนุษย์ทางเพศ

เมื่อกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งให้นายเอพสตีนยังอยู่ในเรือนจำระหว่างรอรับการไต่สวน หลังยกคำร้องจำเลยที่ต้องการะกลับไปอยู่บ้านพัักในย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์ ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ นายเอพสตีนเผชิญข้อหาอื่นใกล้เคียงกันในรัฐฟลอริดา เมื่อปี 2550 แต่ลงนามข้อตกลงสารภาพความผิดเพื่อลดหย่อนโทษ (plea deal) กับพนักงานอัยการเมืองไมอามี ในปีเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตั้งข้อหาจากศาลรัฐบาลกลาง และสารภาพความผิดในข้อหาค้าประเวณีเด็กหญิงเพื่อลดโทษ

ยื่นฟ้องคดีแพ่งคนตายต่อได้

ด้าน พอล แคลแลน นักวิเคราะห์กฎหมายของซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับนายเอพสตีนได้เนื่องจากเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้เสียหายยังสามารถยื่นฟ้องคดีแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายจากทรัพย์สินของนายเอพสตีนต่อได้

บทความก่อนหน้านี้พระราชสุเมธี วัดภูตูมวนาราม : อริยะโลกที่ 6
บทความถัดไปตม.จับอินโดแก๊งค่าไถ่ : ยุทธจักรแปดแฉก