เขย่าขวัญซิดนีย์ หนุ่มคลั่งไล่แทงคน ตำรวจพบประวัติป่วยจิต

เขย่าขวัญซิดนีย์

เขย่าขวัญซิดนีย์ หนุ่มคลั่งไล่แทงคน ตำรวจพบประวัติป่วยจิต

เขย่าขวัญซิดนีย์ – วันที่ 13 ส.ค. บีบีซี รายงานเหตุการณ์ระทึกขวัญในออสเตรเลีย เมื่อหนุ่มใช้อาวุธมีดไล่แทงผู้คนในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ต่อมา ผู้ก่อเหตุถูกผู้คนเห็นเหตุการณ์ 3 คน ช่วยกันจับกุมอย่างกล้าหาญ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อราว 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้ถนนแคลเรนซ์กับถนนคิง ย่านธุรกิจใจกลางนครซิดนีย์ คลิปวิดีโอเผยผู้ก่อเหตุถือมีดกระโดดขึ้นบนรถยนต์ และตะโกน “อัลเลาะห์ อักบาร์” และ “ยิงผมเลย” ขณะที่ผู้ชายคนหนึ่งถือเก้าอี้เผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ และคลิปวิดีโอเผยผู้ชายอีกคนพยายามวิ่งไล่ตามมือมีด ก่อนที่ผู้คนจะช่วยกันจับกุมผู้ก่อเหตุกดลงบนพื้น โดยใช้เก้าอี้และลังนม จากนั้น ผู้ก่อเหตุถูกตำรวจจับกุมไป

โชเฟอร์อูเบอร์แท็กซี่ ซึ่งรถของเขาถูกผู้ก่อเหตุกระโดดขึ้นไปเหยียบ บอกว่า ผู้ก่อเหตุไม่กลัวอะไรเลย “ผมนิ่งไปครู่หนึ่งและได้แต่คิดว่า เขาไม่มีระเบิดและอะไรติดตัว จากนั้น ผมรีบเร่งความเร็วให้หนุ่มคนนั้นออกไปจากหลังคารถ”

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งบอกว่า เห็นผู้ก่อเหตุกระโดดขึ้นไปเหยียบบนหลังคารถคันดังกล่าว ก่อนจะถูกผู้คนบนถนนถือเก้าอี้และท่อเพื่อพยายามต่อสู้กับผู้ก่อเหตุ

“ผู้ก่อเหตุมีคราบเลือดบนเสื้อ ส่งเสียงกรีดร้อง ถือมีดในมือ และวิ่งขึ้นไปเหยียบบนรถที่อยู่ตรงหน้าเรา จากนั้น ผู้ชายคนหนึ่งถือเก้าอี้ และพนักงานดับเพลิงจำนวนหนึ่งวิ่งไล่ตามผู้ก่อเหตุไป ดิฉันอยู่ในรถกับสามีและกลุ่มเพื่อน จึงรีบขับออกไปทันทีค่ะ” อายะ ยามาดะ นักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ปุ่น บอกกับ บีบีซี

ตำรวจระบุว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงวัย 21 ปี ถูกมีดปาดคอในอพาร์ตเมนต์ ริมถนนเดียวกับที่หนุ่มคนนี้ก่อเหตุ แต่ไม่มีการยืนยันว่า เสียชีวิตจากการถูกหนุ่มคนนี้ปาดคอหรือไม่ และมีผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงวัย 41 ปี ถูกแทงเข้าที่แผ่นหลัง ถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการทรงตัว

มิก ฟูลเลอร์ ผู้บัญชาการตำรวจ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังและมีประวัติปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งดูธรรมดาทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบกับความรุนแรงของการก่อเหตุ นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุมีแนวคิดเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เนื่องจากมีแฟลชไดรฟ์ยูเอสบีที่มีข้อมูลการสังหารหมู่ในนิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่ปรากฏความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายใด ส่วนเหตุการณ์การไล่แทงในครั้งนี้ยังไม่ถูกจัดอยู่เป็นการก่อการร้าย แต่จะต้องมีการประเมินกันใหม่ และอยู่ระหว่างการสอบสวน

++++++++++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

บทความก่อนหน้านี้ပညာရေးအဆင့်မြင့်ဖို့ ကျောင်းတွေကို စိစစ်ဖို့ အဆိုတင်သွင်း
บทความถัดไปเสียวล่ม!! “พลังประชารัฐ”กำชับ ส.ส.อยู่โยงห้องประชุม อย่าหนีสภาฯ