เผยจม.ซีอีโอหัวเว่ย ชี้วิกฤตขั้นอยู่หรือตาย วอนพนง.มุ่งทำงาน

เผยจม.ซีอีโอหัวเว่ย ชี้วิกฤตขั้นอยู่หรือตาย

เผยจม.ซีอีโอหัวเว่ย ชี้วิกฤตขั้นอยู่หรือตาย วอนพนง.มุ่งทำงาน

เผยจม.ซีอีโอหัวเว่ย ชี้วิกฤตขั้นอยู่หรือตาย – วันที่ 22 ส.ค. เทคเรดาร์รายงานว่า นายเหริน เจิ้งเฟย ซีอีโอ และผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อก้องโลกจากประเทศจีน เขียนจดหมายถึงพนักงานว่าองค์กรอยู่ในภาวะวิกฤตขั้นเป็นตาย หลังเผชิญกับมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐอเมริกา

รายงานข่าวดังกล่าวมาจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากจดหมายผู้บริหารถึงพนักงานบริษัทของซีอีโอหัวเว่ย ว่าต้องการให้องค์กรเข้าสู่โหมดสู้รบ เพื่อเอาชีวิตรอดจากมาตรการกีดกันการค้าของทางการสหรัฐ โดยระบุว่า หัวเว่ยจะหันไปลงทุนด้านการอุปกรณ์การผลิต

เผยจม.ซีอีโอหัวเว่ย ชี้วิกฤตขั้นอยู่หรือตาย

จม.ระบุว่า การลงทุนด้านอุปกรณ์การผลิตจะส่งผลให้ตำแหน่งงานบางตำแหน่งหมดหน้าที่ไป และจะมีการให้อำนาจเพิ่มขึ้นกับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับด้านที่หัวเว่ยต้องเร่งพัฒนา

“ขณะนี้บริษัทอยู่ในภาวะวิกฤตขั้นอยู่หรือตาย หากพนักงานคนใดไม่คิดว่ามีความสามารถพอในการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ช่วยหลีกทางให้กับรถถังของเราได้วิ่งไปข้างหน้า และหากต้องการมีส่วนร่วมในสนามรบ ขอให้ใช้เชือกผูกตนเองกับรถถัง แล้วช่วยกันลากรถถังคันนี้ไปด้วย”

และว่า “ขอให้ทุกคนพึงมีทัศนคติและความมุ่งมั่นตามที่ผมแจ้งด้วย” นอกจากนี้ นายเหรินยังเรียกร้องให้พนักงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้หัวเว่ยสามารถบรรลุยอดจำหน่ายตามวางไว้ได้ ประมาณ 1.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.8 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ นายเหริน ยังยอมรับด้วยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งหัวเว่ยมีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 นั้นไม่สะท้อนสถานการณ์วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น โดยซีอีโอหัวเว่ย ระบุว่า สาเหตุที่ได้กำไรนั้นมาจากผู้บริโภคชาวจีนที่รู้สึกเห็นอกเห็นใจความอยุติธรรมที่หัวเว่ยกำลังต้องเผชิญอยู่

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาเพิ่งประกาศต่ออายุคำสั่งระงับมาตรการที่ไม่ให้ธุรกิจอเมริกันค้าขายกับหัวเว่ยไปอีก 90 วัน แต่เพิ่มรายชื่อเอกชนในเครือของหัวเว่ยเข้าในบัญชีดำของสหรัฐอีก 46 แห่ง ท่ามกลางแนวโน้มความตึงเครียดเพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีนในสงครามการค้า

บทความก่อนหน้านี้รอมา 4 ปี! ปปท.เตรียมชี้มูลจนท.โยง คดี บิลลี่ หายลึกลับ แต่คดีเผาบ้าน ปู่คออี้ ยังเงียบ
บทความถัดไปกรุงไทยเดินหน้า พัฒนาบริการผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน