ดราม่ายิ่งกว่าละคร ศาลรับรองสาวเกาหลีเข้าตระกูลพ่อแท้ๆ หลังถูกทิ้งตั้งแต่เด็ก

ดราม่ายิ่งกว่าละครเอเอฟพี รายงานว่า วันที่ 12 มิ.ย. ศาลครอบครัวกรุงโซลมีคำพิพากษารับรองน.ส.คาร่า บอส หรือ คัง มีซุก อายุ 38 ปี เป็นลูกสาวของบิดาโดยสายเลือด อายุ 85 ปีที่ทิ้งเธอไป นับเป็นคำพิพากษาที่สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายใหม่ในเกาหลีใต้ครั้งสำคัญ

หญิงสาวร้องไห้ด้วยความดีใจหลังศาลพิพากษา ที่ส่งผลให้เธออยู่ในทะเบียนครอบครัว แม้ญาติฝ่ายพ่อไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาว ทั้งๆ ที่ผลตรวจดีเอ็นเอตรงกัน พ่อหรือญาติฝ่ายพ่อไม่มาฟังคำพิพากษา

ดราม่ายิ่งกว่าละคร

Korean adoptee Kara Bos (C), whose Korean name is Kang Mee Sook, speaks to the media after a ruling of her paternity suit at the Seoul Family Court in Seoul on June 12, 2020. (Photo by Jung Yeon-je / AFP)

คาร่า บอส เป็นพลเมืองอเมริกันที่เกิดในเกาหลี ถูกทิ้งไว้ในลานจอดรถตอนอายุ 2 ขวบ จากนั้นครอบครัวอเมริกันรับเลี้ยงเริ่มต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อตามหาแม่ที่ให้กำเนิด

ด้านทนายความหญิงสาวระบุว่า ขณะนี้ลูกความจะเข้าถึงข้อมูลของทางการที่เกี่ยวกับครอบครัวของฝ่ายพ่อได้แล้ว

“วันนี้เป็นวันที่มีความหมายมากสำหรับเราที่เป็นลูกบุญธรรมทุกคนที่ได้มีสิทธิเสียที ความลำบากหลายอย่างที่เราเจอจากการไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะติดต่อกับครอบครัวในเรื่องอะไรก็ตาม และฉันหวังว่าการไม่มีสิทธิที่จะติดต่อครอบครัวนี้จะเปลี่ยนไปในเกาหลี” คาร่ากล่าว

ดราม่ายิ่งกว่าละคร

A Seoul family court on June 12 officially recognised a Korean-born adoptee as the daughter of her biological father, in a landmark case that could set a legal precedent. (Photo by Jung Yeon-je / AFP)

เกาหลีใต้เป็นแหล่งรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีเด็กที่เกิดในเกาหลีมีผู้รับเลี้ยงในต่างประเทศจำนวน 167,000 คนตั้งแต่ทศวรรษ 1950

แต่การเข้าถึงข้อมูลในเกาหลีใต้สำหรับลูกบุญธรรมนั้นยาก เนื่องจากกฎหมายรักษาความเป็นส่วนตัวของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเหนือสิทธิของลูกบุญธรรม เป็นประเด็นที่ถูกซ่อนปิดบังเป็นความลับและเกี่ยวพันกับตราบาปมาอย่างยาวนาน

ดราม่ายิ่งกว่าละคร

ครอบครัวชาวอเมริกันรับไปเลี้ยงดู

สำหรับ คาร่า บอส เติบโตในรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา แทบไม่เคยคิดเกี่ยวกับครอบครัวที่ให้กำเนิดเลย แต่เมื่อตนเองมีลูกสาวอายุ 2 ขวบ หญิงสาวเริ่มคิดถึงว่าการพลัดพรากจากแม่แท้ๆของตัวเอง จะมีความหมายความสำคัญอะไรต่อแม่ จึงตัดสินใจตามหาแม่

หลังความพยายามตามเบาะแสแม่ในเริ่มแรกผ่านบันทึกข้อมูลการรับเลี้ยงและได้แจกใบปลิวตามหาแต่ไร้ผล หญิงสาวได้ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอไปยังแพลทฟอร์มเครือญาติออนไลน์ในปี 2559 และพบว่าตนเองเป็นญาติกับชายหนุ่มเกาหลีที่เรียนอยู่ที่ต่างประเทศคนหนึ่ง

Korean adoptee Kara Bos (L), whose Korean name is Kang Mee Sook, speaks to the media after a ruling of her paternity suit at the Seoul Family Court in Seoul on June 12, 2020. (Photo by Jung Yeon-je / AFP)

ทำให้หญิงสาวรู้ที่อยู่ของพี่สาว 3 คนที่เกิดจากพ่อคนเดียวกัน ซึ่งเป็นแม่และป้าของชายหนุ่ม แต่เหล่าพี่สาวไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเธอ ทั้งยังกีดกันเธอไม่ให้เจอกับพ่อ ซึ่งพ่อจะเป็นเพียงคนเดียวที่อาจบอกเธอได้ว่าใครคือแม่ที่แท้จริง โดยพี่สาวคนหนึ่งถึงกับโทร.แจ้งตำรวจ เมื่อเธอคุกเข่าขอร้องที่หน้าประตูบ้าน

เดือนพ.ย. ปี 2562 หญิงสาวได้ตัดสินใจพึ่งศาล เป็นที่พึ่งสุดท้าย โดยฟ้องร้องให้ศาลรับรองหรือระบุตัวตนพ่อของเธอ ซึ่งตามที่ทนายหญิงสาวเผยว่า หญิงสาวเป็นลูกบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงในต่างประเทศคนแรกที่ฟ้องร้องในคดีดังกล่าวคดีแรกในเกาหลี และผลดีเอ็นเอที่ศาลสั่งให้ตรวจมีความน่าจะเป็น 99.987 เปอร์เซนต์ว่า ชายคนนั้นเป็นพ่อของหญิงสาว

คำพิพากษาทำให้หญิงสาวได้รับสิทธิอยู่ในทะเบียนครอบครัว มีสิทธิตามกฎหมายได้รับมรดก แต่หญิงสาวกล่าวว่า ทั้งหมดที่ทำนั้นเพื่อหาแม่ที่แท้จริงและตามหาความจริงว่าทำไมจึงทิ้งตนไป

ดราม่ายิ่งกว่าละคร

Korean adoptee Kara Bos, whose Korean name is Kang Mee Sook, speaks to the media after a ruling of her paternity suit at the Seoul Family Court in Seoul on June 12, 2020.. (Photo by Jung Yeon-je / AFP)

หญิงสาวกล่าวว่า หากความลับนั้นไม่ได้ปิดบังเรื่องราวการรับเลี้ยงของฉัน บางทีปริศนาเกี่ยวกับครอบครัวฝ่ายพ่อทั้งหมดจะถูกคลี่คลายภายใน 5 นาทีจากการโทรศัพท์ไปสอบถาม หญิงสาวกล่าวอีกว่าวางแผนจะไปเจอพ่อในสัปดาห์หน้า และหวังว่าที่สุดแล้วพ่อจะเปิดเผยชาติกำเนิดของเธอ

“ฉันหวังว่า จากการที่สื่อให้ความสนใจ หากแม่ของฉันดูอยู่ แม่จะออกมาแสดงตัวและเป็นตัวอย่างให้คนที่มีความกล้าเหมือนๆกันกับฉันให้สู้”

“ออมมา (แม่) คะฉันต้องการเจอแม่” หญิงสาวพูดต่อหน้ากล้องสื่อเรียกแม่เป็นภาษาเกาหลี
“อย่าได้เสียใจเลยค่ะ มาเจอหนูเถอะนะคะ ได้โปรด” หญิงสาวกล่าว

++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฮอลแลนด์ออกตามหาพ่อ-แม่ หลังถูกทิ้งที่รพ.ราชบุรี พลัดพรากกัน 30 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน