ชวนรู้จักว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พร้อมดูแนวโน้มทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศในยุคของ ไบเดน ที่มีต่อมหาอำนาจจีนแผ่นดินใหญ่

Flournoy and Biden

หลังจาก โจ ไบเดน กำลังจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา ทำให้คนจำนวนไม่น้อย รู้สึกกังวลว่า ไบเดน จะสามารถควบคุมและคานอำนาจกับมหาอำนาจอย่างจีนได้หรือไม่ ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่า ไบเดน อาจเลือกที่จะยอมถอยให้จีนในหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม การต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ ถือเป็นนโยบายที่ทั้งพรรคเดโมแคตและพรรครีพับลิกัน เห็นตรงกัน ที่จะปราบปรามจีนแผ่นดินใหญ่อย่างถึงที่สุด ซึ่งทั้งสองพรรคก็มีแนวทางที่แตกต่างกันพอสมควร

โดย มิเชล ฟลาเออร์นอย จะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ถูกคาดหมายว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา มิเชล เกิดที่รัฐแคลิฟอเนีย และเรียนต่อด้านรัฐศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังจากนั้น มิเชลเข้าศึกษาระดับปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด หลังจากเรียนจบปริญญาโท มิเชลได้เข้าทำงานวิจัยเกี่ยวกับการเมืองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

The Washington Times

ปี พ.ศ.2536 คณะของประธานาธิบดี บิล คลินตัน ได้เรียกให้ มิเชล เข้ามาทำงานร่วมกันในด้านกลาโหม โดยมอบหน้าที่ให้เธอ ควบคุม ดูแล การวางแผนด้านยุทธศาสตร์ทางทหาร ในพื้นที่ของ รัสเซีย ยูเครน และ เอเชียกลาง ขณะนั้น มิเชล มีแนวคิดว่า แม้ว่าสงครามเย็นได้จบลงไปแล้ว แต่กองทัพสหรัฐ ต้องรักษาขีดความสามารถในการรบ ให้ประสบกับชัยชนะอยู่ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะรบกับใครก็ตาม หลังจาก คลินตัน ไม่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีต่อ มิเชล ได้ย้ายไปทำงานเป็นที่ปรึกษา ทำงานวิจัย เกี่ยวกับความมั่นคง และ การต่างประเทศ

ต่อมา บารัค โอบามา ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี มิเชล ได้กลับมาทำงานเป็นผู้ช่วย รมต.กลาโหม ด้านนโยบาย โดยมีผลงานสำคัญ เช่น สนับสนุนการเพิ่มกำลังทางทหารในอัฟกานิสถาน สนับสนุนการใช้กำลังทางทหารในลิเบีย สนับสนุนการเพิ่มงบประมาณกลาโหม และ สนับสนุนอาวุธให้ยูเครน โดยปี พ.ศ.2554 มิเชลได้ลาออกจากการทำงานให้ รัฐบาลโอบามา เพื่อไปทำงานด้านวิชาการ

หาก ฮิลลารี่ คลินตัน ชนะเลือกตั้ง ปี พ.ศ.2559 มิเชลจะกลายเป็นว่าที่ รัฐมนตรีกลาโหมในปีนั้นเลยเสียด้วยซ้ำ ขนาดที่ในยุคของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผ่านมา รมว.กลาโหม พลเอก เจมส์ แมตติส ก็เคยทาบทามให้ มิเชล ไปเป็นผู้ช่วย รมว.กลาโหม ซึ่งถือว่ามีตำแหน่งสูงสุดรองจาก รมว.กลาโหม

มิเชล เคยเขียนบทความลง Foreign Affairs (นิตยสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอเมริกาและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา) ว่า “การที่จะหลีกเลี่ยงสงครามในเอเชีย กองทัพสหรัฐ ต้องมีขีดความสามารถในการจมเรือทุกลำของกองทัพเรือจีน ในเขตทะเลจีนใต้ ให้ได้ ภายใน 72 ชั่วโมง”

Foreign affairs / By Michèle A. Flournoy – June 18, 2020

นอกจากนี้ เอ็ดเวิร์ด อัลเดน นักวิจัยอาวุโสจาก Council on Foreign Relations ได้เปิดเผยว่า ไบเดน มีแนวโน้มจะใช้แนวทางการร่วมมือกับชาติพันธมิตรเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจีน นอกจากนี้ ไบเดนได้เคยวิพากษ์วิจารณ์ สี จิ้นผิง เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้ประท้วงในฮ่องกง นอกจากนี้ ไบเดนเป็นคนจากพรรคเดโมแครตคนแรก ที่ร่วมแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินที่ชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามคาดว่า ไบเดน ยังคงต้องขอความร่วมมือจากจีน ในการช่วยกันควบคุมเกาหลีเหนือ

กล่าวโดยสรุป ทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศในยุคของ ไบเดน มีแนวโน้มในเชิงสันติมากขึ้น ไบเดนอาจมีท่าทีเป็นมิตรกับจีนมากกว่าทรัมป์ แต่ก็เป็นความเป็นมิตรที่ทั้งควบคุมและร่วมมือไปพร้อมๆ กันนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูล NikkeiAsia , DefenseNews , Foreignaffairs

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน