อังกฤษนำหน้าโลก – วันที่ 2 ธ.ค. เอเอฟพี รายงานว่า ไฟเซอร์ จากสหรัฐอเมริกา และ ไบโอเอ็นเทค จากเยอรมนี สองบริษัทผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีผลป้องกัน 95% ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรแล้ว พร้อมเริ่มใช้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เน้นกลุ่มคนจำเป็นต้องใช้สูง เช่น ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา เมื่อฉีดวัคซีนแล้วจะใช้เวลาไม่กี่วันที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา
The decision makes Britain one of the first countries to begin vaccinating its population as it tries to curb COVID-19. Above, Britain’s Prime Minister Boris Johnson wears a face mask as he visits the Public Health England site at the Porton Down science park, near Salisbury on Friday. (Adrian Dennis/Reuters)
นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทวีตข้อความว่า “การคุ้มกันด้วยวัคซีนจะทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง” ส่วน นายแมตต์ ฮันค็อก รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ประชาชนจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติเพื่อจะเข้ารับการฉีดวัคซีน
ก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักสั่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไว้ราว 40 ล้านโดส เพียงพอที่จะใช้กับประชากร 20 ล้านคน ในจำนวนนี้ 10 ล้านคนจะเริ่มทยอยได้รับวัคซีนในเวลาอันใกล้ มีกลุ่มประชาชน 8 แสนคนจะได้รับก่อนภายในไม่กี่วันข้างหน้า นับเป็นการใช้วัคซีนที่เร็วที่สุด หลังใช้เวลาเพียง 10 เดือนพัฒนาสำเร็จเมื่อเทียบกับกระบวนการปกติที่ใช้เวลานับสิบปี
British media have reported that hospitals in England have been told to get ready to start doing vaccinations for medical workers as early as next week. (Dado Ruvic/Reuters)
ด้าน นายอัลเบิร์ต บูร์ลา ซีอีโอของไฟเซอร์ กล่าววว่า การอนุมัติกรณีฉุกเฉินของหน่วยงานประเทศอังกฤษต่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในการต่อสู้เอาชนะเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าว ทางบริษัทคาดจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานของชาติอื่นๆ ทั่วโลกตามมาตลอดหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ส่วนสหรัฐอเมริกา คาดว่าสำนักงานอาหารและยา หรือ เอฟดีเอ จะอนุมัติการใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค ราววันที่ 11-12 ธ.ค.นี้ ขณะที่สถิติผู้ติดเชื้อใหม่และเสียชีวิตต่อวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ติดเพิ่ม 180,000 คน และเสียชีวิตถึง 2,500 ราย ถือเป็นยอดเสียชีวิตสูงสุดตั้งแต่ช่วงสูงสุดของการระบาดรอบแรกในสหรัฐเมื่อปลายเดือนเม.ย.

REUTERS
นอกจากนี้ บรรดาแพทย์และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลของสหรัฐกำลังประสบกับภาวะเหนื่อยล้าแสนสาหัสหลังต้องทำงานติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 200 วันแล้ว ยอดผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของสหรัฐพุ่งสูงทำสถิติใหม่ถึง 99,000 คนแล้ว และระบบสาธารณสุขเริ่มเข้าขั้นวิกฤตในหลายรัฐ เช่น อินดีแอนา และเซาท์ดาโคตา
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การระบาดในสหรัฐอาจพุ่งสูงขึ้นอีกหลังเทศกาลขอบคุณพระเจ้า เนื่องจากชาวอเมริกันนับล้านคนเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมครอบครัว สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสม 13.7 ล้านคน เสียชีวิตแล้วกว่า 270,000 ราย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ไม่ฉีดวัคซีนโควิดไม่ให้เข้า รมต.อังกฤษปิ๊งไอเดียบีบสร้างภูมิคุ้มกัน