จีนจับนักกิจกรรมฮ่องกงที่ต่อต้านรัฐบาลจีนเพิ่มอีก 8 คน อายุ 16 ถึง 64 ปี แต่ไม่ระบุตัวผู้ถูกจับกุม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตผู้ร่างกฎหมายเพื่อประชาธิปไตย

Reuters

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2563 สำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานว่า ตำรวจฮ่องกงจับกุมนักเคลื่อนไหวอีก 8 คนเมื่อวันอังคาร (8 ธค.63) ในข้อหาจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีน เมื่อปี พ.ศ. 2562 ซึ่งการจับกุมผู้เห็นต่างในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีน ในการปราบปรามกลุ่มฝ่ายค้าน อย่างไม่มีทีท่าที่จะหยุดในฮ่องกง

ทั้งนี้ ตำรวจไม่ระบุถึงตัวบุคคลที่ถูกจับกุมว่าเป็นใครบ้าง แต่บอกเพียงว่า ผู้คนที่ถูกจับกุมนั้น มีอายุระหว่าง 24 ปี ถึง 64 ปี ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า อดีตผู้ร่างกฎหมายเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นนักกิจกรรมที่มีชื่อว่า ‘เลี้ยง กว๊อก ฮัง’ หรือ ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม นักกิจกรรม ‘ผมยาว’ (จ่างเหมา) อยู่ในกลุ่มผู้ที่ถูกจับกุมด้วย

Reuters

โดยนักกิจกรรม 8 คน มีอายุระหว่าง 16 ถึง 34 ปี ถูกจับ ในจำนวนนี้ มีนักกิจกรรม 3 คน ที่ถูกจับในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ จากการที่นักกิจกรรมดังกล่าวเข้าร่วมการเดินขบวนที่ใช้เวลาไม่นาน ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว

จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นเมืองที่มีอิสรภาพที่สุดในจีน ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2563 โดยจีน กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เป็นการอุดช่องโหว่ในการป้องกันความมั่นคงของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลและการต่อต้านจีนอย่างหนักเมื่อปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา ทำให้จีนต้องบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวกับฮ่องกง

Bloomberg

กฎหมายที่มีบทลงโทษนี้ จีนได้กำหนดข้อหาไว้อย่างกว้าง ๆ ว่า เป็นการแยกตัว การโค่นล้ม การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ โดยมีโทษสูงสุดคือต้องจำคุกตลอดชีวิต
นักการเมืองฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจีน และรัฐบาลจากชาติตะวันตกกังวลว่า การออกกฎหมายนี้ถูกใช้เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง ถือเป็นการกัดกร่อนเสรีภาพ ที่จีนเคยรับรองกับอดีตอาณานิคมของอังกฤษว่า ฮ่องกงจะยังมีเสรีภาพ เมื่อฮ่องกงกลับสู่การปกครองของจีนในปี พ.ศ.2540

นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 ธค.63) สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมเพื่อลงโทษจีน จากการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงเกี่ยวกับฮ่องกง ทำให้ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน