สาวมาเลย์สุดเศร้า เจ้าเหมียวกำลังท้อง หายออกจากบ้านไปหลายวัน กลับมาพบอีกทีกลายเป็นซากศพ แถมยังถูกคนใจร้ายตัดเท้าทั้งสี่ข้างทิ้ง!

เว็บไซต์ therakyatpost รายงานเรื่องราวสุดสะเทือนใจของ ซาลีนา สาวน้อยวัย 20 ปี จากกัวลาลัมเปอร์ ที่โพสต์เรื่องเศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับเจ้าเหมียวของเธอผ่านทวิตเตอร์ว่า มันหายตัวออกจากบ้าน เมื่อได้เจออีกครั้งมันก็ตายไปแล้ว แถมยังมีสภาพที่ดูไม่ได้

ที่แย่ไปกว่านั้นคือมันกำลังตั้งท้อง และมีปลอกคอระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นแมวที่มีเจ้าของ แต่ยังมีคนทำเรื่องเลวร้ายได้ลง

“ฉันมักจะเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น แต่วันนี้มันได้เกิดขึ้นกับแมวของฉันเอง มันทำผิดอะไร? คุณจะตัดเท้าทั้งสี่ข้างของมันทิ้งก็ได้เหรอ? คุณเป็นมนุษย์ประเภทไหนกัน ฉันแจ้งความกับตำรวจแล้ว ฉันต้องการสู้เพื่อมัน”

 

แมวที่น่าสงสารมีชื่อว่า จันติก วัย 6 เดือน ซาลีนาตั้งชื่อตามรูปร่างของมัน เพราะ จันติก แปลว่าสวย เจ้าจันติกเป็นแมวเพศเมียตัวเดียวในบ้าน มันเป็นแมวที่น่ารักไม่ดื้อไม่ซน มันไม่เคยไปฉี่หรืออึใส่บ้านคนอื่นเลย เวลาปล่อยให้เดินเล่น ถ้าเป็นแมวตัวอื่นจะวิ่งไปทั่วบ้าน แต่มันชอบนั่งอยู่เฉยๆบนรถแทน นี่เป็นเหตุที่ทำให้เธอเสียใจมาก แต่ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตาม เธอคิดว่าสัตว์ทุกตัวไม่ควรมาพบเจอเรื่องเช่นนี้

วันที่พบศพเจ้าจันติก ซาลีนาออกไปทำงาน ในช่วงพักเธอได้รับโทรศัพท์จากครอบครัวว่าพบมันแล้ว ซากของมันถูกคลุมด้วยหนังสือพิมพ์ทิ้งในกล่อง วางไว้ใกล้ๆบ้านของเธอ เหมือนเป็นการจงใจให้ครอบครัวเธอไปพบ

สภาพศพของเจ้าจันติกแย่มาก เท้าทั้งสี่ข้างถูกตัดทิ้ง เท่านั้นยังไม่พอ มันมีอุจจาระไหลออกมาด้วย เป็นผลมาจากการอดทนต่อความเจ็บปวด ซึ่งแสดงว่ามันถูกทารุณกรรมทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และรอยแผลที่ถูกตัดมีลักษณะไม่เรียบ ราวกับไม่ได้ใช้เครื่องมือที่มีความคมมากพอ

ซาลีนาแทบไม่อยากจะคิดว่า ก่อนที่มันจะตายต้องรู้สึกทรมานมากแค่ไหน มันเป็นแค่แมวตัวหนึ่งที่กำลังท้องและรอคลอดเท่านั้น คนที่ทำเรื่องเช่นนี้ได้ต้องมีจิตใจโหดร้ายเพียงใด

เพื่อให้แน่ใจว่าคนร้ายจะได้รับโทษ ซาลีนาได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจไว้แล้ว ขณะนี้ไม่สามารถจับตัวกระทำผิดได้ เนื่องจากรอบๆบ้านของเธอไม่มีกล้องวงจรปิดบันทึกหลักฐานไว้เลย แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้และจะสู้จนถึงที่สุด เธอหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างการทารุณกรรมสัตว์ว่า ควรมีบทลงโทษแก่ผู้ที่กระทำผิดอย่างจริงจัง จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์สุดเศร้าเช่นนี้อีก

ขอบคุณที่มา Twitter,

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน