UNSC 15 ประเทศ ร่วมประณามพม่าใช้กำลัง สหรัฐ “แบนลูกมิน อ่อง หล่าย

UNSC 15 ประเทศ “ร่วมประณาม” – วันที่ 11 มี.ค. เอเอฟพี และรอยเตอร์รายงานสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังยืดเยื้อใน ประเทศเมียนมา (พม่า) ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ออกแถลงการณ์ประณามกองทัพเมียนตาต่อการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง รวมถึงเรียกร้องให้กองทัพแสดงความยับยั้งชั่งใจต่อการใช้กำลัง แต่ไม่ได้แถลงตำหนิกองทัพเมียนมาต่อการก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของ นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันสมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองเมียนมา (เอเอพีพี) ระบุมีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่มากกว่า 60 ราย และราว 1,800 คนถูกจับกุมคุมขัง

แถลงการณ์ร่วมของสมาชิก 15 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประกอบด้วยสมาชิกถาวร 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสมาชิกไม่ถาวรอีก 10 ประเทศ กล่าวประณามอย่างยิ่งยวดต่อการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ ครอบคลุมผู้หญิง เยาวชน และเด็ก

“คณะมนตรีความมั่นคงฯ ขอเรียกร้องให้กองทัพใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างเต็มที่และย้ำว่าคณะมนตรีความมั่นคงฯ กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” โดยถ้อยแถลงที่จะประณามการก่อรัฐประหารและการข่มขู่ถึงความเป็นไปได้ในการใช้ความรุนแรงต่อเนื่องถูกถอดออกจากข้อความร่างของทางการอังกฤษ

UNSC 15 ประเทศ “ร่วมประณาม”

(FILES) The UN Security Council unanimously agreed on a statement on March 10, 2021 condemning the Myanmar military’s use of violence against peaceful anti-coup protesters, diplomats said. It was the second time in just over a month that the council’s 15 members, including China, a traditional ally of the former Burma, made a rare show of unity over Myanmar. AFP

ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายงานว่าได้เห็นแถลงฉบับดังกล่าวซึ่งไม่เพียงประณามกองทัพเมียนมา ยังระบุว่ากำลังพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นต่อไป แต่เพราะผู้แทนจากจีน รัสเซีย อินเดีย และเวียดนามเสนอปรับร่างแถลงการณ์ ส่งผลให้ถ้อยคำประณามกองทัพเมียนมาไม่ปรากฏอยู่ในแถลงการณ์ฉบับล่าวสุด

นอกจากนี้คณะมนตรีความมั่นคงฯ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจำกัดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ภาคประชาสังคม สมาชิกสหภาพแรงงาน และสื่อมวลชน คณะมนตรีความมั่นคงฯ ขอแสดงจุดยืนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยในเมียนมา ความจำเป็นในการรักษาสถาบันและกระบวนการอันเป็นประชาธิปไตย หยุดยั้งจากการใช้ความรุนแรง เคารพสิทธิมนุษยชนรวมทั้งเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างสมบูรณ์ และรักษาหลักนิติธรรม

ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวหวังว่าแถลงการณ์ของคณะมนตรีความมั่นคงฯ จะผลักดันให้กองทัพเมียนมาตระหนักว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักโทษทางการทุกคนต้องได้รับการปล่อยตัว และกองทัพต้องเคารพผลการเลือกตั้งที่ประชาชนเป็นผู้เลือกแล้วเมื่อเดือนพ.ย.2563

UNSC 15 ประเทศ “ร่วมประณาม”

The United Nations on Wednesday condemned the Myanmar military’s violent crackdown against anti-coup demonstrators, as China’s UN ambassador called for de-escalation and American authorities sanctioned members of the junta leader’s family. International pressure has mounted since the army ousted and detained civilian leader Aung San Suu Kyi last month, triggering daily protests around the country. REUTERS

วันเดียวกัน นายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องลดวิกฤตในเมียนมา “ตอนนี้คือเวลาของการลดระดับความรุนแรง นี่คือเวลาของการทูต นี่คือเวลาของการเจรจา” นายจางระบุภายหลังคณะมนตรีความมั่นคงฯ ออกแถลงการณ์ร่วม และว่ารัฐบาลจีนได้เข้าร่วมการเจรจาเพื่อออกแถลงการณ์ร่วมอย่างสร้างสรรค์ นับเป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงฯ จะเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกัน และหวังว่าข้อความนี้จะนำไปสู่การผ่อนคลายสถานการณ์ในเมียนมา

“ประชาคมโลกควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเมียนมาได้จัดการกับความแตกต่างภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นโยบายมิตรภาพของจีนที่มีต่อเมียนมามีไว้สำหรับประชาชนชาวเมียนมาทุกคน จีนพร้อมจะมีส่วนร่วมและติดต่อสื่อสารกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีบทบาทที่จะทำให้สถานการณ์ปัจจุบันทุเลาลง” นายจางกล่าว

ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรลูก 2 คนของพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้นำการรัฐประหาร ได้แก่ นายออง ปเย โซน และนางขิ่น ติรี เต๊ต โมน ซึ่งทั้งคู่เป็นนักธุรกิจและมีบริษัทหลายแห่งในเครือ รวมถึงบริษัทมายเทล ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของเมียนมา

ด้าน นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเตือนกองทัพเมียนมาว่าอาจมีการลงโทษเพิ่มเติม “เราจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการเพิ่มเติมกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงและปราบปรามเจตจำนงของประชาชน” นายบลิงเคนระบุ

คณะมนตรีมั่นคงฯ

Military trucks are seen near a burning barricade, erected by protesters then set on fire by soldiers, during a crackdown on demonstrations against the military coup in Yangon on March 10, 2021. (Photo by STR / AFP)

UNSC 15 ประเทศ “ร่วมประณาม”

The US Treasury Department said in a statement it blacklisted Aung Pyae Sone (2nd from left) and Khin Thiri Thet Mon (1st from right), the adult children of Myanmar’s commander in chief who led the coup and installed himself as head of the ruling State Administration Council. /justiceformyanmar/7th Sense Creation Facebook Page/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน