สหภาพยุโรป – วันที่ 21 เม.ย. บีบีซี รายงานว่า สหภาพยุโรป หรืออียู กำหนดเป้าหมายใหม่เพื่อยับยั้งการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ด้วยคำมั่นที่จะทำให้เป้าหมายดังกล่าวมีผลผูกพันทางกฎหมายด้วย ภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐสมาชิกและรัฐสภาอียูว่า อียูจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) อย่างน้อย 55% ในปี 2573 เทียบเท่ากับระดับของปี 2543

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

AFP

“ความมุ่งมั่นทางการเมืองของเราที่จะเป็นทวีปแรกที่มีความเป็นกลางภูมิอากาศภายในปี 2593 ตอนนี้ยังเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมายด้วย กฎหมายภูมิอากาศกำหนดให้สหภาพยุโรปอยู่บนเส้นทางสีเขียวสำหรับคนรุ่นหลัง” อูร์ซูลา ฟอน เดร์ ไลเยน หัวหน้าคณะกรรมาธิการอียูกล่าว

ฟรันซ์ ทิมเมอร์มัน รองประธานคณะกรรมาธิการอียู ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อยุโรปและสัญญาณแข็งแกร่งต่อโลกใบนี้ แต่ไมเคิล บลอสส์ สมาชิกรัฐสภาอียู พรรคกรีน ทวีตข้อความว่า กฎหมายภูมิอากาศที่จะออกมาเป็นความผิดหวังใหญ่หลวง และว่า “เราต่อสู้อย่างยากเย็นและบรรลุเป้าหมายนิดเดียว”

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดทางออนไลน์ของบรรดาผู้นำโลกสัปดาห์นี้ และคาดว่าสหรัฐอเมริกาจะประกาศเป้าหมายภูมิอากาศของตัวเองสำหรับปี 2573 โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ จะเป็นผู้นำการประชุม หลังนำสหรัฐกลับเข้าร่วมข้อตกลงปารีสอีกครั้งตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งวันแรก และเคยประกาศว่าสหรัฐจะปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในปี 2573

REUTERS

ขณะเดียวกัน อังกฤษประกาศแผนที่จะลดการปล่อย CO2 มากถึงร้อยละ 78 ในปี 2578 แม้ว่านักสิ่งแวดล้อมจะเตือนว่า ที่ผ่านมารัฐบาลอังกฤษไม่เคยบรรลุเป้าหมายลักษณะนี้หลายครั้งที่กำหนดโดยคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือซีซีซี ของประเทศตัวเองเลยก็ตาม

กฎหมายภูมิอากาศของอียูได้รับความเห็นชอบหลังหารือกันหลายเดือน ซึ่งกำหนดขีดกำจัดระดับการลด CO2 ที่สามารถนับรวมในเป้าหมายปี 2573 เพื่อมั่นใจว่า รัฐสมาชิกอียูจะปล่อย CO2 ลดลงอย่างจริงจัง แทนการใช้ป่าไม้กำจัดก๊าซพิษออกจากชั้นบรรยากาศ เป็นต้น นอกจากนี้ จะแต่งตั้งสภาอิสระ 15 คน เพื่อให้คำแนะนำอียูต่อมาตรการและเป้าหมายต่างๆ เกี่ยวกับภูมิอากาศ และคณะกรรมาธิการอียูจะประกาศชุดกฎหมายภูมิอากาศฉบับใหม่ในเดือนมิถุนายน เพื่อสนับสนุนแผนดังกล่าว

ทั้งนี้ เป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 55% ในปี 2573 คณะกรรมาธิการอียูออกพิมพ์เขียวเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว ต่อมา บรรดาผู้นำชาติอียูประกาศในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว แต่ถูกแรงกดดันจากรัฐสภาอียูและกลุ่มสิ่งแวดล้อมให้อียูออกกฎหมายเพื่อเป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

โลกร้อน: 5 เหตุผลที่ปี 2021 อาจเป็นจุดเปลี่ยนในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน