ครอบครัวชาวจีน ใช้เวลา 22 ปี เปลี่ยนทะเลทรายแห้งแล้ง ให้เป็นป่าสีเขียว

เรื่องราววันนี้เป็นของครอบครัวหนึ่งที่ตัดสินใจย้ายรกรากไปอยู่กลางทะเลที่แห้งแล้ง พวกเขาใช้ความพยายามกว่า 22 ปี จนในที่สุดดินที่แห้งแล้งก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยต้มไม้อย่างไม่น่าเชื่อ

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน

China's Anti-Desertification Poster Family Has Been Fighting the Gobi Desert for 22 Years

หวัง เทียนชาง และครอบครัว ตัดสินใจย้ายมาสร้างบ้านกลางทะเลทรายโกบีเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างพากันเข้าเมืองเพื่อไปตามหาความเจริญ แต่ครอบครัวนี้กลับแยกออกมาอยู่กลางทะเลทรายเพียงลำพัง จนกระทั่งวันนี้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์ต่อต้านทะเลทรายในประเทศจีนไปซะแล้ว

อาจเป็นรูปภาพของ แหล่งน้ำ

ทะเลทรายคือหนึ่งในปัญหาธรรมชาติของประเทศจีน เนื่องจากพายุทะเลทรายมักจะพัดเข้าเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงปักกิ่งอยู่เสมอ ทำให้ประชาชนหลายล้านคนตกอยู่ในอันตรายรวมไปถึงปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจด้วย โดยเฉพาะทะเลทรายโกบีที่มีขนาดใหญ่ถึง 1,644 ล้านไร่ ทอดยาวไปถึงริมชายแดนมองโกเลีย และยังมีทีท่าว่าจะมีขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

หวังใช้เงินลงทุนไปทั้งหมดเกือบ 6 ล้านบาท แม้ว่าตอนแรกทุกคนจะมองเขาเป็นตัวตลก แต่ทว่าในปี 2010 รัฐบาลจีนทำโครงการ The Grean Green Wall ขึ้น โครงการดังกล่าวเป็นการปลูกกำแพงต้นไม้ที่มีความยาวกว่า 4,500 กิโลเมตรเพื่อไม่ให้พื้นที่ทะเลทรายขยายใหญ่ออกไป ซึ่งนายหวังและลูกชายได้รับหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและดูแลโครงการของรัฐบาลด้วย

อาจเป็นรูปภาพของ กลางแจ้ง

แม้ว่านายหวังจะต้องเจอพายุทะเลทรายหลายครั้งแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ในที่สุดเขาก็สามารถปลูก ข้าวสาลี มันฝรั่ง และข้าวโพด ได้สำเร็จ พวกเขายังทำฟาร์มสัตว์ โดยมีแกะทั้งหมด 60 ตัว อูฐ 7 ตัว และวัว 5 ตัว เคล็ดลับของพวกเขาคือ การนำหญ้าแห้งขัดกันเป็นตารางและฝังลงไปในทราย หญ้าแห้งจะทำหน้าที่เป็นตัวอุ้มน้ำจึงทำให้พืชมีโอกาสรอดสูงแม้ว่าจะอยู่กลางทะเลก็ตาม

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

อาจเป็นรูปภาพของ กลางแจ้ง

ครอบครัวของนายหวัง ถูกยกย่องจากชาวจีนหลายล้านคนในฐานะฮีโร่ผู้ต่อสู้กับวิกฤตทะเลทราย และแม้ว่านายหวังจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่บ้างแต่เขาก็ยืนหยัดที่จะสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมแต่ไป

ที่มา odditycentral.com

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน