มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ จัดทำรายชื่อนักศึกษา LGBT+ แต่เอกสารกลับรั่วไหล นักศึกษาคาดรัฐบาลไม่ได้เพียงควบคุมอุดมการณ์ทางการเมือง แต่ควบคุมแม้แต่ชีวิตทางเพศ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

Facebook : SHU

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.64 โซเชียลมีเดีย เว่ยป๋อ ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่ชาวจีนใช้มากที่สุด มีความเคลื่อนไหวของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่ง โดยมีการเผยแพร่เอกสารที่รั่วไหลจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่สำคัญของจีน ว่ากำลังสั่งให้เจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย และผู้นำนักศึกษารวบรวมรายชื่อ และ รายงานนักศึกษาที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ในเอกสารดังกล่าวเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ชนกลุ่มน้อยทางเพศ หรือ คนรักร่วมเพศ โดยมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ กำหนดเป้าหมายการรวบรวมรายชื่อ โดยเน้นไปยัง 4 กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้แก่ เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และ คนข้ามเพศ

CNN

แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนนักว่ามหาวิทยาลัยต้องการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปด้วยจุดประสงค์ใด แต่นักเคลื่อนไหวและผู้สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ตั้งข้อสงสัยว่าเอกสารเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในคำสั่งจากทางการจีน เนื่องจากในประเทศจีนมีนโยบายที่ค่อนข้างต่อต้านผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยนักเคลื่อนไหวและผู้สนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศจำนวนมากได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังทางโซเชียลมีเดีย นักเคลื่อนไหวและผู้สนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศ กังวลว่าชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว อาจถูกลงโทษทางวินัยอย่างไม่เป็นธรรม หรืออาจถูกจงใจเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่าง ๆ

ปัญหาที่น่าวิตกกังวลนี้ ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 64 โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียเว่ยป๋อ ‘ปาป๋าย อีว่าน หลี่’ ระบุว่า “ดูเหมือนว่ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยแห่งเดียวที่ จัดทำรายงานเกี่ยวกับนักศึกษา LGBT และติดตามชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าความตั้งใจของโรงเรียนจะเป็นความหวังดีหรือไม่ก็ตาม แต่นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวอยู่ดี”

SHP

ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ปาป๋าย อีว่าน หลี่ ได้แนบภาพเอกสารที่คาดว่าเป็นคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เอกสารดังกล่าวมีหัวข้อชื่อว่า “การสำรวจวิทยาเขต” โดยมีรายละเอียดระบุว่า “ตามคำสั่งที่เกี่ยวข้อง” มหาวิทยาลัยต้องการให้วิทยาเขตทุกแห่ง “ตรวจสอบ” และ “รายงาน” ข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษา LGBT แต่การสำรวจบุคคลเป้าหมายไม่เพียงสำรวจเกี่ยวกับวิถีทางเพศเท่านั้น แต่ยังขอให้เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยรวมถึงนักศึกษาที่เข้าร่วม ช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุดมการณ์ของนักศึกษา LGBT เช่น จุดยืนทางการเมือง การติดต่อทางสังคม และแผนการของชีวิต ตลอดจน “สภาพจิตใจ” ของนักศึกษา รวมถึงหากมีความผิดปกติทางจิต ก็ต้องเก็บข้อมูลไปเช่นกัน

BBC

มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสาธารณะที่มีวิทยาเขต 3 แห่งในเมืองเซี่ยงไฮ้ มหาวิทยาลัยมีคณาจารย์กว่า 3,300 คน และมีนักศึกษามากกว่า 55,000 คนที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาปัจจุบัน ขณะที่มหาวิทยาลัยยังไม่ได้ยืนยันว่าเอกสารนั้นเป็นของจริง แต่โพสต์เกี่ยวกับเอกสารดังกล่าว มีการแชร์และกดไลค์เป็นจำนวนมาก โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่ในโซเชียลมีเดียเว่ยป๋อมีลักษณะไปในเชิงประณามมหาวิทยาลัย ที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของนักศึกษาและแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่อาจนำไปใช้ในทางที่เป็นภัยแก่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

SHP

มีความคิดเห็นหนึ่งที่ได้รับการกดโหวตมากที่สุด โดยระบุว่า “มันเป็นการตัดสินใจส่วนตัวของฉันที่จะเปิดเผยตนเอง มันไม่ใช่หน้าที่ แต่ตัวฉันเองยินดีที่จะประกาศอัตลักษณ์ทางเพศของฉัน การตัดสินใจนั้นไม่เกี่ยวข้องว่าพวกคุณจะยอมรับหรือไม่ และถ้าฉันไม่ต้องการพูด โปรดให้อิสระขั้นพื้นฐานแก่ฉันในฐานะบุคคล”

ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เว่ยป๋อ จำนวนมาก ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อพิจารณาจากถ้อยคำในเอกสารแล้ว ผู้เข้าร่วมการสำรวจ ซึ่งคาดว่าไม่จำกัดแค่เพียงเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย แต่อาจเป็นนักศึกษาด้วยกันเอง ไม่เพียงแต่ต้องเปิดเผยวิถีทางเพศ ของตนเองเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนให้กลั่นแกล้งเพื่อนร่วมชั้นที่มีลักษณะเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียเว่ยป๋อ จำนวนมาก เขียนข้อความในลักษณะที่เชื่อว่า เอกสารคำสั่งที่รั่วไหลออกมา อาจเป็นเพียงส่วนเล็กของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ทั้งนี้ มีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ที่ระบุว่าตนเองศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยอื่นก็พบว่ามีเอกสารที่คล้ายกันถูกเผยแพร่อยู่ในมหาวิทยาลัยของตนเองเช่นกัน

Mastershand

นอกจากนี้ ในโซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ แดริอุส ลองการิโน (นักวิชาการด้านการวิจัยของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา) ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ และความเท่าเทียมทางเพศในประเทศจีนได้ออกมาแสดงความเห็นว่า คำสั่งของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้นั้นชวนให้นึกถึงบทความที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปี พ.ศ.2564 ในเวทีอภิปรายระดับอุดมศึกษาของจีน

บทความดังกล่าวมีชื่อว่า “การวิเคราะห์สถานะปัจจุบันของชุมชน LGBT ในวิทยาลัยจีนและการสำรวจมาตรการรับมือ” ซึ่งเขียนขึ้นโดย นักการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ โดยมีเนื้อหาว่า ผู้นำนักศึกษาควร “รวบรวม” ข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนที่มีความหลากหลายทางเพศ และนำส่งข้อมูลเหล่านี้ให้อาจารย์ที่ปรึกษาและมหาวิทยาลัย เพื่อสามารถช่วยให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศ สร้างมุมมองที่ถูกต้อง เกี่ยวกับความสัมพันธ์และการแต่งงาน กล่าวโดยสรุปคือ บทความดังกล่าวเชื่อว่า การเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

WeChat app is seen on a smartphone in this illustration taken, July 13, 2021. REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

การรั่วไหลของเอกสารของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับช่วงเวลาที่นักศึกษาผู้มีความหลากหลายทางเพศ กำลังถูกต่อต้าน ตีตรา กีดกัน และ ถูกเลือกปฏิบัติ มากขึ้น เมื่อเดือน กรกฎาคม 64 ที่ผ่านมา วีแชต (WeChat) แพลตฟอร์มโซเชียลที่เป็นที่นิยมของจีน มีนโยบายต่อต้านสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศจีน วีแชตได้ทำการลบบัญชีจำนวนหนึ่ง ที่มีเจ้าของบัญชีผู้ใช้เป็นนักศึกษาผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง

China Underground

นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ศาลในมณฑลเจียงซู ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของจีน ได้ตัดสินคดีสำคัญ เกี่ยวกับตำราของมหาวิทยาลัย ที่ระบุว่าการรักร่วมเพศเป็น “ความผิดปกติทางจิต” โดยศาลระบุว่า เนื้อหาดังกล่าวไม่ใช่ความผิดพลาดในข้อเท็จจริง แต่เป็นเพียง “มุมมองทางวิชาการ”ขณะที่คู่มือเกณฑ์การวินิจฉัยความผิดปกติทางจิต ที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์อย่างสากล ได้ถอดเนื้อหาที่ระบุว่า ความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นความผิดปกติทางเพศ ไปตั้งแต่ ค.ศ.1987 หรือปี พ.ศ. 2530

SHP

ทั้งนี้ เซี่ยงไฮ้ไพรด์ ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศครั้งล่าสุดของจีน เกิดขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคม 2020 ที่ผ่านมา นับเป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว ตั้งแต่มีการประกาศอย่างกะทันหันว่าจะเทศกาลนี้จะปิดตัวลงอย่างถาวร ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยของจีนเชื่อว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลกลางของจีน ต้องการจัดระเบียบทางการเมืองทุกประเภทที่เกี่ยวข้องผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นคำถามที่ยังไม่มีใครทราบคำตอบ ว่าผู้มีความหลากหลายทางเพศในสังคมจีนจะหาทางรับมือกับสิ่งที่ต้องเผชิญต่อไปอย่างไร

ที่มา : SHPride , SupChina

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน