โฆษกปูติน เผยรัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ เมื่อมีภัยคุกคาม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เอเอฟพี รายงานความคืบหน้าสงครามในประเทศยูเครนว่า สมรภูมิทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศโดยเฉพาะที่เมืองมาริอูโพลกำลังเข้าขั้นวิกฤตหลังพลเรือนอีกกว่า 1 แสนคนติดอยู่ภายในเมืองไม่สามารถหนีออกมาได้ ท่ามกลางการระดมยิงปืนใหญ่ถล่มเมืองของกองทัพรัสเซียหลังยูเครนไม่ยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียที่ให้ยูเครนวางอาวุธและยกเมืองดังกล่าวให้รัสเซีย อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนยินดีจะเจรจาทุกเรื่องหากได้คุยกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

ขณะเดียวกัน ชาติตะวันตกเตรียมเสนอเพิกถอนรัสเซียออกจากกลุ่มชาติเศรษฐกิจจี 20 หลังผู้นำรัสเซียอาจมีแผนเดินทางไปประชุมระดับผู้นำจี 20 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงสิ้นเดือนต.ค.นี้

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า พลเรือนที่ติดอยู่ในเมืองมาริอูโพลกำลังเผชิญกับความอดอยาก ท่ามกลางการต่อสู้อย่างดุเดือดบนภาคพื้นดินของฝ่ายยูเครนและรัสเซียที่บุกเข้าสู้ใจกลางเมือง ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา หรือเพนตากอน เผยว่า รัสเซียใช้การยิงสนับสนุนอย่างไม่หยุดยั้งจากปืนใหญ่ และขีปนาวุธที่มาจากกองเรือรบรัสเซียในทะเลอาซอฟ

ผู้นำยูเครนยังเรียกร้องให้ฝ่ายรัสเซียเปิดทางให้พลเรือนอพยพออกจากเมืองดังกล่าวตามหลักมนุษยธรรม เนื่องจากในเมืองไม่มีอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ทั้งเปิดเผยว่ามีกลุ่มผู้อพยพกว่า 7,000 คน สามารถเดินทางออกมาจากเมืองได้ทางฝั่งตะวันตกใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่บางกลุ่มถูกควบคุมตัวโดยกองกำลังติดอาวุธที่พยายามเข้ายึดครองเมือง

ด้านสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เรียกร้องให้ทางการรัสเซียยุติสงครามที่รัสเซียไม่มีทางเอาชนะได้ และภาพของเด็กชายอายุเพียง 5 ขวบในเมืองมาริอูโพลร้องไห้ว่า “ผมยังไม่อยากตาย” สร้างความสะเทือนใจกับประชาคมโลก ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมเผยสภาพเมืองมาริอูโพลที่ถูกฝ่ายรัสเซียถล่มจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวถึงสงครามที่เกิดขึ้นไร้เหตุผลสิ้นดี และต่อให้กองทัพรัสเซียยึดครองเมืองมาริอูโพลได้จะต้องต่อสู้แบบบ้านต่อบ้าน ถนนต่อถนน ไม่มีทางที่จะยึดครองได้ด้วยวิธีการแบบนี้ จึงเป็นสงครามที่รัสเซียไม่มีวันชนะ ไม่ช้าเร็วจะต้องจบลงที่โต๊ะเจรจาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนชาติพันธมิตรในทวีปยุโรปหลังเตือนว่า รัสเซียอาจหันไปใช้อาวุธเคมีและชีวภาพ ขณะที่นายดมีทรี เปสคอฟ โฆษกปูตินเผย ยืนยันว่า รัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามสุดขั้วขั้นล้างเผ่าพันธุ์เท่านั้น ส่งผลให้เพนตากอนตอบโต้ว่าเป็นถ้อยคำที่อันตรายเพราะไม่ยอมตัดความเป็นไปได้ของการใช้อาวุธดังกล่าวออกไป

ขณะที่กระทรวงกลาโหมยูเครนคาดว่า กองทัพรัสเซียกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนกระสุน เสบียง และเชื้อเพลิง มีเหลือเพียงพอแค่ 3 วัน โดยมีรายงานพบทหารรัสเซียหลายร้อยนายเริ่มหนีทัพ สอดคล้องกับการประเมินของเพนตากอนว่ากองทัพรัสเซียร้อยละ 10 น่าจะหมดขีดความสามารถในการทำสงครามหลัง 4 สัปดาห์ไปแล้วเพราะขาดทรัพยากร ส่งผลให้ฝ่ายยูเครนมีความฮึกเหิมและเริ่มเปิดปฏิบัติการเชิงรุกต่อกองทัพรัสเซียและสามารถยึดคืนชุมชนทางใต้ของกรุงเคียฟกลับมาได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน