สุดตะลึง! สาวแห่เด็ดต้นไม้คล้ายลึงค์ แถมเซลฟี่สนั่น รัฐบาลกัมพูชาเตือน งดเก็บ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เหตุเสี่ยงสูญพันธุ์ ลั่นขอบคุณที่รักธรรมชาติ แต่อย่าหาทำ!!
หนึ่งในกระแสโซเชียลในกัมพูชาที่ผู้คนแห่ทำตามกันจนเป็นไวรัล คงหนีไม่พ้นการถ่ายคลิปวิดีโอเก็บต้นไม้สายพันธุ์หนึ่งที่มองใกล้ ๆ เห็นรูปลักษณ์ของมันแล้วชวนอึ้งจริง ๆ
โดยในวิดีโอดังกล่าวมีผู้หญิงสวมเดรสสีสันสดใสนุ่งน้อยห่มน้อย 3 คน กรีดร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเข้าใกล้พืชที่ดูเหมือนลึงค์ ก่อนดึงต้นไม้ขึ้นจากพื้น พร้อมหัวเราะคิกคักกับรูปร่างของมัน จากนั้นเริ่มเล่นพิเรนทร์เด็ดพืชจำนวนมากเพื่อชูเล่นไปมา ทำท่าล้อเลียนประกอบการถ่ายวิดีโอลงติ๊กต็อก ซึ่งมีรายงานว่าวิดีโอดังกล่าวถ่ายทำย่านเขตเขาโบกอร์ในจังหวัดก็อมโปต (កំពត)

ภาพจาก nypost
การกระทำดังกล่าวสร้างความกังวลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างมากจนกระทรวงสิ่งแวดล้อมกัมพูชาออกแถลงการณ์เตือนอย่างเข้มงวด เรียกร้องให้ประชาชนหยุดเด็ดพืชที่มีลักษณะคล้ายกับอวัยวะเพศชาย หรือที่เรียกว่าพืชตระกูลหม้อข้าวหม้อแกงลิงพันธุ์หายาก (Nepenthes holdenii) เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
โดยชี้แจงว่าพืชที่มีรูปลักษณ์เร้าอารมณ์นั้นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ระบุ “สิ่งที่พวกเธอกระทำนั้นเป็นเรื่องที่ผิดและห้ามทำอีกในอนาคต! ขอบคุณที่รักทรัพยากรธรรมชาติ แต่กรุณาอย่าเด็ดพืชดังกล่าว มิฉะนั้น อาจทำให้พืชชนิดนี้สูญพันธุ์ได้!”

ภาพจาก nypost
เนธ เพียกตรา โฆษกกระทรวงสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นที่รู้ดีว่า เติบโตในทุ่งภูเขาอย่างน้อย 500 แห่งรวมถึงอุทยานแห่งชาติพระมโนวงศ์โบกอร์ โดยมีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงถึง 5 สายพันธุ์จาก 129 สายพันธุ์เติบโตในภูมิภาคของกัมพูชา
กระทรวงฯ ระบุบนเว็บไซต์ว่า “ในขณะที่ชาวกัมพูชาเดินทางไปเขตอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและการผจญภัย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยการบรรจุและจัดเก็บขยะมูลฝอยอย่างเหมาะสม”
“และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพกรุณาหยุดเด็ดดอกไม้ป่าที่ได้รับการคุ้มครองเพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์และรักษาความงามของพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่รักธรรมชาติให้มาเยือน”

ภาพจาก nypost
พืชดังกล่าวอยู่ในสายพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง (Nepenthes holdenii) มีชื่อเล่นว่า ‘Penis Plant’ เป็นพืชเขตร้อนที่กินเนื้อเป็นอาหาร โดยมีการพัฒนาใบมาเป็นกับดักเพื่อจับแมลง ซึ่งเติบโตที่ความสูงระหว่าง 600 ถึง 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พบได้ในแถบภูเขาด้านตะวันตกของประเทศกัมพูชา
ทั้งยังเป็นพืชสงวนที่ได้รับการคุ้มครองและรวมอยู่ในภาคผนวก II ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยมีการค้นพบสายพันธุ์ใหม่เมื่อเดือนตุลาคม 2554