มีฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต ถึงแก่อสัญกรรม

วันที่ 31 ส.ค. ตาสส์ รายงานว่า มีฮาอิล กอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวของสหภาพโซเวียต ถึงแก่กรรมในวัย 91 ปี

มีฮาอิล กอร์บาชอฟ

AFP

โรงพยาบาลคลินิกกลางแจ้งข่าวดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 30 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่า นายกอร์บาชอฟถึงแก่กรรมเมื่อช่วงเย็นหลังต่อสู้กับความเจ็บป่วยร้ายแรงมาเป็นเวลายาวนาน

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับครอบครัวกอร์บาชอฟระบุว่า นายกอร์บาชอฟจะถูกฝังเคียงข้างหลุมศพของนางไรซา ภริยา ในหลุมศพบรรพบุรุษของสุสานโนโวเดวีเช ในกรุงมอสโก ตามที่นายกอร์บาชอฟระบุในพินัยกรรม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. แหล่งข่าวใกล้ชิดกับนายกอร์บาชอฟระบุว่า นายกอร์บาชอฟอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์โรงพยาบาลคลินิกกลางอย่างต่อเนื่อง หลังเข้ารับการรักษาตามคำร้องขอของแพทย์เมื่อปี 2563 ในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ของโควิด-19

สหภาพโซเวียต

มีฮาอิล กอร์บาชอฟ ล่าสุด ก่อนเข้าโรงพยาบาล / Евгений Фельдман

ทั้งนี้ นายกอร์บาชอฟเกิดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2474 จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐมอสโกโลโมโนซอฟเมื่อปี 2498, เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตเมื่อปี 2495, เป็นสมาชิกคณะกรรมกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปี 2514

นายกอร์บาชอฟได้รับเลือกเป็นเลขาธิการใหญ่คนสุดท้ายของคณะกรรมกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตเมื่อปี 2528 และเสนอจัดตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อยกเลิกมาตราในรัฐธรรมนูญว่าด้วยบทบาทการทำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตไป

นายกอร์บาชอฟเป็นนักอุดมการณ์ของ “เปเรสตรอยคา” และ “กลัสนอสต์” การปรับโครงสร้างระบบการเมืองและเศรษฐกิจของโซเวียต และนโยบายการเปิดเผยและความโปร่งใสในรัฐบาล 2 คำดังกล่าวกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

 

นายกอร์บาชอฟได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวของสหภาพโซเวียตเมื่อเดือนมี.ค. 2533 และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีเดียวกันนั้น อย่างไรก็ตาม กลางเดือนส.ค. 2534 นายกอร์บาชอฟถูกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์พยายามยึดอำนาจแต่ไม่สำเร็จ

ผลพวงจากความล้มเหลวของรัฐประหารเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีกอร์บาชอฟก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2534 และประกาศยกเลิกสหภาพโซเวียตด้วย หลังจากนั้น รัสเซียเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย ภายใต้การนำของนายบอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีคนแรกของสหพันธรัฐรัสเซีย

 

บีบีซี ยังรายงานการอาลัยและการเชิดชูนายกอร์บาชอฟจากเหล่าผู้นำโลกในฐานะผู้นำอดีตสหภาพโซเวียตผู้มีคุณูปการนำไปสู่การถอดชนวนเพื่อยุติสงครามเย็นกับสหรัฐอเมริกาอย่างสันติ แม้จะถูกกล่าวโทษเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อดีตสหภาพโซเวียตต้องล่มสลาย

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ยกย่องอดีตประธานาธิบดีกอร์บาชอฟเป็นบุคคลที่ “เปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์” และว่าประชาคมโลกสูญเสียหนึ่งในผู้นำที่สำคัญซึ่งมีวิสัยทัศน์แห่งการเกื้อกูลและสันติภาพ

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนายกอร์บาชอฟ ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา เชิดชูนายกอร์บาชอฟเป็นนักการเมืองที่หาได้ยากยิ่งเพราะมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าอนาคตที่แตกต่างเป็นไปได้ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามเย็น

ด้านนางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวถึงนายกอร์บาชอฟเป็นผู้นำโลกน่าเคารพและให้ความเชื่อถือซึ่งเปิดทางให้ทวีปยุโรปได้มีเสรีภาพ พร้อมยืนยันว่าชาวยุโรปจะไม่มีวันลืมคุณูปการที่นายโกบาชอฟสร้าง (การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินและการรวมชาติของเยอรมนี)

ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน รักษาการนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ตนมีความชื่นชมต่อความกล้าหาญและซื่อตรงของนายโกบาชอฟ โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามในประเทศยูเครนที่เกิดจากการรุกรานของประธานาธิบดีปูติน ผลงานที่นายโกบาชอฟได้สร้างเป็นตัวอย่างอันดีงามที่ประจักษ์ชัดที่สุดแก่ทุกคน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ย้อน 30 ปี กลุ่มคอมมิวนิสต์สายแข็งก่อรัฐประหาร สู่จุดจบสหภาพโซเวียต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน