วันที่ 13 มิ.ย.เอเอฟพีรายงานว่า นายวาซิล มีรอชนีเชนโก เอกอัครราชทูตยูเครนประจำออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สอบถามทางการออสเตรเลียเกี่ยวกับสภาพของเครื่องบินรบรุ่นเอฟ18 จำนวนหลายสิบลำที่ถูกปลดเกษียณอายุการใช้งานไปก่อนหน้านี้ และกำลังพิจารณาการขนย้ายอาวุธดังกล่าว ซึ่งอาจมีความสำคัญในการส่งเสริมอำนาจของกองทัพอากาศยูเครน

เครื่องบินเอฟ18
นายมีรอชนีเชนโกระบุว่า ตนได้ยื่นคำร้องขอในเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องบิน 41 ลำที่จอดอยู่ในฐานทัพอากาศทางเหนือของนครซิดนีย์ โดยเป็นการขอข้อมูล ซึ่งยูเครนกำลังพิจารณาถึงศักยภาพของเครื่องบินรบรวมถึงเครื่องบินรบรุ่นเอฟ18
เมื่อไม่นานมานี้ ยูเครนได้รับการอนุมัติเครื่องบินรบรุ่นที่ 4 ซึ่งผลิตโดยสหรัฐอเมริกา รวมถึงรุ่นเอฟ16 ซึ่งยูเครนหมายตามาอย่างยาวนาน แม้ว่า เครื่องบินรุ่นเอฟ16 มีอายุงานหลายสิบปี แต่จะยกระดับเครื่องบินรบรุ่นมิกตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตรวมถึงเครื่องบินซูคฮอยของยูเครน จึงนับว่า เครื่องบินเอฟ16 อาจเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังทางอากาศและภาคพื้นดินรัสเซีย
ที่ผ่านมา หลายชาติตะวันตกหลายส่งสัญญาณแสดงความสนใจในการส่งเครื่องบินรบรุ่นเอฟ16 แต่นับเป็นครั้งแรกที่ยูเครนแสดงความสนใจในเครื่องบินเอฟ18 ของออสเตรเลียอย่างเปิดเผย
นายมิก ไรอัน นักยุทธศาสตร์และอดีตนายพลเกษียณชาวออสเตรเลียระบุว่า เครื่องบินเอฟ18 อาจช่วยยกระดับการต่อต้านกองกำลังทางอากาศของรัสเซียที่ทั้งใหญ่และติดอาวุธที่ดีกว่า ซึ่งจะช่วยป้องกันการโจมตีเขตชุมชน เมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครนได้

วันเดียวกันบีบีซีรายงานว่า รัสเซียถูกกล่าวหาว่า ส่งขีปนาวุธครั้งใหญ่โจมตีอาคารพลเรือนหลายแห่งในเมืองครีวิริก บ้านเกิดของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ด้านนายโอเล็กซานเดอร์ วิลกุล เจ้าหน้าที่ยูเครนและอดีตผู้ว่าการแคว้นดนีโปรเปตรอฟสค์ระบุว่า จากเหตุโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 รายและบาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน ซึ่งการโจมตีดังกล่าวรวมถึงอพาร์ตเมนต์ 5 ชั้นที่อยู่ในสภาพหน้าต่างแตกกระจาย ควันพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า
ส่วนเหตุการณ์โดรนโจมตีหลายอาคารในเมืองคาร์คีฟ ต่อมากองกำลังป้องกันทางอากาศของยูเครนขับไล่การโจมตีทางอากาศได้สำเร็จ
……………..