จากกรณีเหตุการณ์เรือดำน้ำไททัน (Titan) พร้อมลูกเรือ 5 คน สูญหายระหว่างทริปชมซากหักพังของเรือไททานิก (Titanic) ก่อนที่ต่อมา ยามชายฝั่งสหรัฐอเมริกายืนยัน พบชิ้นส่วนเรือไททัน ห่างจากซากส่วนท้ายเรือไททานิกราว 490 เมตรและว่า 5 คนบนเรือเสียชีวิตทั้งหมด เนื่องจากเรือระเบิดนั้น

เรือไททัน

จากการค้นคว้าอ้างอิงตามหนังสือ วรรณกรรม ประวัติศาสตร์เรื่องเล่าแห่งจินตนาการ หรือ A Little History of Literature เขียนโดยนายจอห์น ซัตเทอร์แลนด์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านวรรณกรรมอังกฤษสมัยใหม่ ม.คอลเลจลอนดอนของอังกฤษ แปลโดย นายสุรเดช โชติอุดมพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงที่มาและความเชื่อมโยงของคำทั้ง 2 คำ ซึ่งคำว่า ไททัน Titan ซึ่งเป็นคำนามหมายถึง ผู้ที่มีพละกำลังมหาศาล และคำว่า ไททานิก Titanic เป็นคำคุณศัพท์ของคำว่า Titan ซึ่งในหนังสือเล่มนี้อธิบายว่า

ในตำนานกรีกโบราณ บรรดาไททัน (Titan) คือ เผ่าเทพเจ้ายักษ์ ผู้ให้กำเนิดเหล่าไททันคือผืนดินและท้องฟ้า และพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์แรกบนโลกที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ หลังจากเสพสุขในฐานะเผ่าพันธุ์ที่มีอำนาจมากที่สุดบนโลกเป็นเวลานาน เหล่าไททันก็ตกอยู่ในภาวะสงครามอันยาวนานนับสิบปีกับเหล่าทวยเทพเผ่าพันธุ์ใหม่ที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้น

แม้ว่าไททันจะเป็นยักษ์ที่มีพละกำลังมาก แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขามี เหล่าทวยเทพเผ่าพันธุ์ใหม่ซึ่งมีชื่อว่า โอลิมเปียน (Olympian) มีความสามารถเหนือกว่าในหลายๆด้าน ทั้งปัญญา ความงาม และทักษะต่างๆที่สำคัญคือเหล่าโอลิมเปียนมีลักษณะเหมือนมนุษย์ (หรืออาจเทียบได้ว่า เหมือนกับพวกเรา)มากกว่าจะเป็นเพียงพลังธรรมชาติ แม้ว่าจะมีพละกำลังมหาศาล แต่ตามตำนานแล้ว เหล่าไททันต้องประสบกับความพ่ายแพ้

เรือเดินสมุทรของบริษัทไวต์สตาร์ไลน์ ซึ่งจมลงไปที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกในเดือนเม.ย. 1912 มีชื่อว่า ไททานิกและมีพิธีที่เชื่อมโยงกับตำนานอย่างการ “รินเหล้าบวงสรวง” โดยเคาะขวดแชมเปญกับหัวเรือ เรือลำนี้ได้ชื่อดังกล่าวเพราะเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุด เร็วที่สุด และมีกำลังมากที่สุดลำหนึ่งที่จะแล่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในสมัยนั้น ผู้คนเชื่อกันว่า เรือไททานิกไม่มีวันล่ม แต่คนที่ตั้งชื่อดังกล่าวย่อมรู้สึกไม่สบายใจนัก ดูจะเป็นชะตาลิขิตที่ล่อลวงใจเลือกตั้งชื่อเรือว่า ไททานิก หากแม้นพวกเขาจะรำลึกได้สักนิดว่า เกิดอะไรขึ้นกับเหล่าไททัน

นายซัตเทอร์แลนด์ ระบุอีกว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราหลงใหลมหันตภัยครั้งนี้อาจเป็นเพราะเราสงสัยไร้เหตุผลว่า เหตุการณ์เรือไททานิกล่มนั้นเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างให้แก่เรา (ต้องใช้เงินนับล้านๆดอลล่าร์เพื่อสำรวจเรือที่จมอยู่ใต้น้ำ และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีหลายคนอยากให้กู้เรือลำนี้) เหตุการณ์ดังกล่าวบ่งบอกเรื่องบางอย่าง มันเตือนเราถึงบางสิ่งที่เราควรจะพยายามทำความเข้าใจอย่างแท้จริง ประโยคที่ว่า “อย่าทะนงตนจนเกินไป” น่าจะเป็นข้อเตือนใจจากเหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานแห่งยุคสมัยของเรา

ศาลผู้ทำหน้าที่ไต่สวนหลังจากเหตุการณ์เรือไททานิกอับปางได้พิจารณาเหตุและผล ก่อนลงความเห็นว่า ความผิดเกิดจากการบังคับกฎที่หย่อนยาน การตรวจตราดูหินโสโครกอย่างหละหลวม การสร้างเรือที่ไม่ได้มาตรฐาน และพื้นที่วางเรือชูชีพที่ไม่เพียงพอตามกฎหมาย ทั้งหมดนี้ไม่ผิดจากความจริงเลย

……………

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ญาติเศร้าหนุ่ม 19 “เหยื่อเรือไททัน” บ่นกลัว-ไม่อยากไป แต่จำใจร่วมทริปเพราะพ่อ

เจมส์ คาเมรอน เสียเพื่อนในเหตุ “เรือไททัน” อึ้งคล้ายปม “ไททานิก” ไม่ฟังคำเตือน (คลิป)

ไร้ปาฏิหาริย์ เผยพบเศษชิ้นส่วนเรือดำน้ำไททันบนพื้นทะเล

สหรัฐเร่งค้นหา “เศรษฐีผู้ดี-นักธุรกิจปากีฯ และลูกชาย” ในเหตุเรือดำน้ำทัวร์ซากไททานิกสูญหาย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน