วันที่ 22 ส.ค.เอเอฟพีรายงานว่า รัฐสภากัมพูชาลงคะแนนเลือกพล.อ.ฮุน มาเนต อายุ 45 ปี ผู้บัญชาการกองทัพบก สส.กรุงพนมเปญและลูกชายคนโตของนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ครองอำนาจเกือบ 40 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยมติเอกฉันท์อย่างเป็นทางการ นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ยืนยันการสืบทอดอำนาจ หลังจากชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งที่พรรคฝ่ายค้านหลักถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง
พรรคประชาชนกัมพูชา หรือซีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้ที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 120 ที่นั่งจาก 125 ที่นั่งในการเลือกตั้งเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า เป็นการเลือกตั้งที่น่าละอาย หลังจากพรรคฝ่ายค้านหลักถูกตัดสิทธิ์จากการลงเลือกตั้ง
หลังจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฮุน มาเนต กล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า “วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์สำหรับกัมพูชา” หลังจากก่อนหน้านี้นายฮุน เซน หนึ่งในผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลกประกาศว่า กำลังลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและส่งต่ออำนาจให้แก่พล.อ.ฮุน มาเนต
เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ส.ค. พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนีเสด็จเปิดประชุมสภา ปูทางให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกพล.อ.ฮุน มาเนต เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศในวันนี้ (22 ส.ค. 2566)
พล.อ.ฮุน มาเนตระบุว่า รัฐบาลของตนจะกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก สร้างชาติให้เจริญรุ่งเรือง เพิ่มอาชีพและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และตามร่างรายชื่อคณะมนตรีชุดใหม่ประกอบด้วยญาติของพล.อ.ฮุน มาเนตรวมถึงลูกของพันธมิตรฮุน เซน ดำรงตำแหน่งระดับสูง
นายฮุน มานี ลูกชายคนเล็กของฮุน เซนจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงข้าราชการพลเรือนและพล.อ.เน็ต สะเวิน ผู้เป็นหลานฮุน เซน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ทรงอำนาจจะขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ลูกชายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะดำรงตำแหน่งต่อจากพ่อของตน
ฮุน เซน ขึ้นสู่อำนาจในปีค.ศ.1985 ช่วยทำให้ประเทศกัมพูชาทันสมัย จากเดิมที่ถูกทำลายจากสงครามกลางเมืองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ภายใต้การปกครองของนายฮุน เซน สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ปัญหาการทุจริตและการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองออกไปเกือบหมด
สหรัฐอเมริกา สหประชาชาติและสหภาพยุโรปหรืออียูประณามการเลือกตั้งที่ไม่อิสระและยุติธรรม ซึ่งพล.อ. ฮุน มาเนตปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยกย่องว่าเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส
นายเซบาสเตียน สเตรนจีโอ ผู้แต่งหนังสือ “กัมพูชาของฮุนเซน-Hun Sen’s Cambodia” กล่าวว่า แนวทางการปกครองประเทศของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ยังถูกรับรู้เพียงน้อยนิด ความเห็นสาธารณะของฮุน มาเนต แสดงถึงคำพูดในการบริหารประเทศที่ผสมปนเปคลุมเครือและคำมั่นสัญญาที่จะค้ำจุนมรดกพ่อ ซึ่งสะท้อนว่า ยากอย่างมากที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ชาติที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน และการตัดสินใจของฮุน มาเนตจะถูกบงการจากระบบการเมือง ไม่ใช่ในทางกลับกัน
สำหรับนายฮุน เซน ถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นประธานวุฒิสภาในช่วงต้นปีหน้าและรักษาการในตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ เมื่อกษัตริย์เสด็จต่างประเทศ
ฮุน เซนเคยระบุว่า ตนยังไม่เกษียณจากงานการเมืองและกระตุ้นให้รัฐบาลใหม่รักษาสันติภาพและความมั่นคง และว่าตนจะยังคงมีอิทธิพลเหนือการเมืองของประเทศและดำรงตำแหน่งอื่นๆไปจนกระทั่งอย่างน้อยปี 2033 หรือปีพ.ศ.2576
…………..
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:
• กกต.กัมพูชาห้ามฝ่ายค้าน ‘พรรคแสงเทียน’ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ปมเอกสารไม่ถูกต้อง
• กัมพูชารวบ 2 ฝ่ายค้าน ยุประชาชนกาบัตรเสีย