เอพีรายงานเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า น.ส.โฮป ฮิกส์ วัย 29 ปี ทีมงานคนสนิทและภักดีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มากที่สุดคนหนึ่ง และทำงานในฐานะที่ปรึกษามายาวนานที่สุดคนหนึ่ง ขอลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารประจำทำเนียบขาว สร้างความประหลาดใจไปทั่ว
ขณะที่นายทรัมป์ออกแถลงการณ์ชื่นชมการทำงานของหญิงสาว และกล่าวว่า “ผมคงจะคิดถึงการที่มีเธออยู่เคียงข้าง”
ข่าวการลาออกมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากฮิกส์เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองรัฐสภา ชุดสอบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2016 หรือเมื่อปีพ.ศ.2559 ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง

In this Feb. 27, 2018 photo, โฮป ฮิกส์เข้าให้ปากคำต่อกมธ.สภาผู้แทน (AP Photo/J. Scott Applewhite)
หญิงสาวให้การต่อกมธ. ว่าเคยโกหกด้วยเจตนาดี หรือ “white lies” เพื่อปกป้องนายทรัมป์ แต่ไม่เกี่ยวกับกรณีรัสเซีย

ซาราห์ ฮักเคอร์บี โฆษกหญิงของทำเนียบขาวปฏิเสธว่า การลาออกของฮิกส์มาจากเรื่องเข้าให้การต่อกมธ. พร้อมยืนยันว่า ฮิกส์คิดถึงเรื่องนี้มาพักหน่ึงแล้ว
น.ส.ฮิกส์ทำงานใกล้ชิดกับนายทรัมป์มาตลอดตั้งแต่ช่วงหาเสียงจนมาถึงทำเนียบขาว เริ่มจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารยุทธศาสตร์ที่คอยรับมือสื่อมวลชน กระทั่งมาเป็นผอ.การสื่อสารของทำเนียบคนที่ 4 ของทรัมป์
เอพีรายงานว่า ก่อนการประกาศลาออก แหล่งข่าวเผยว่า น.ส.ฮิกส์ไม่แฮปปี้กับการทำหน้าที่นี้มาพักหนึ่งแล้ว เนื่องจากมีความเครียดสูง ทั้งที่นั่งตำแหน่งผอ.การสื่อสาร แต่กลับแทบไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อ ที่ผ่านมาเคยพูดอยู่ 9 คำ คือ “ไฮ เมอร์รี คริสต์มาส ทุกคน และขอบคุณ โดนัลด์ ทรัมป์”
ผอ.หญิงยังพยายามหลีกเลี่ยงเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชน โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวซุบซิบถึงการคบหากับร็อบ พอร์ตเตอร์ อดีตเลขานุการทีมงานทำเนียบ ที่ต้องลาออกไป เพราะถูกอดีตภรรยา 2 คนแฉว่า ใช้กำลังทำร้าย
ไท ค็อบบ์ ทนายประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า “ผมนึกไม่ออกอีกแล้วว่าจะมีใครที่มีบทบาทมากกว่าไปโฮปที่ลาออกจากทำเนียบขาว”
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน นายจอช แรฟเฟิล รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารก็เพิ่งลาออก ส่วนนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยนายทรัมป์ ถูกลดระดับการเข้าถึงข้อมูลข่าวกรองของรัฐบาล ในฐานะที่ปรึกษาระดับสูง