บุญหล่นทับ! นิโคลัส ปูเอห์ ทายาทแบรนด์หรู Hermès เตรียมรับคนสวนเป็นลูกบุญธรรม ส่งมอบมรดกกว่า 2 แสนล้าน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นิโคลัส ปูเอห์ (Nicolas Puech) ทายาทรุ่นที่ห้าของเธียร์รี่ แอร์เมส ผู้ก่อตั้งแบรนด์เนมสุดหรูหราอย่าง Hermès ในปี 1837 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แบรนด์ดังกล่าวได้เติบโตขึ้นจนมีมูลค่าประมาณ 220 พันล้านดอลลาร์ และปัจจุบันเป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ใหญ่เป็นอันดับสามในฝรั่งเศส
ทว่านิโคลัส ปูเอห์วางแผนที่จะรับเลี้ยงคนสวนและช่างซ่อมบำรุงที่ดูแลบ้าน ชาวโมร็อกโกวัย 51 ปีเป็นบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมส่งต่อมรดกมูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์ (3.9 แสนล้านบาท) ให้กับเขา
ตามรายงานของทริบูน เดอ เจนีวา ฟอร์จูน นิโคลัส ปูเอห์ชาวฝรั่งเศสวัย 80 ปีกำลังอยู่ในกระบวนการที่จะทำให้ “อดีตคนสวนและช่างซ่อมบำรุง” ที่เจียมเนื้อเจียมตัวเป็นบุตรตามกฎหมาย เนื่องจากนิโคลัส ปูเอห์ยังไม่ได้แต่งงานและไม่มีบุตร
นิโคลัส ปูเอห์เป็นเจ้าของบริษัทประมาณ 5% – 6% ซึ่งมีมูลค่าระหว่าง 9 พันล้านถึง 100 พันล้านฟรังก์สวิส ( ราว 3.6 – 4 แสนล้านบาท) โดยชาวสวนนิรนามรายนี้แต่งงานกับหญิงชาวสเปนและมีลูกสองคน บัดนี้ได้รับมรดกส่วนแบ่งสำคัญของความมั่งคั่งของนิโคลัส
พร้อมมีรายงานว่านิโคลัสได้มอบกุญแจบ้านในเมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก และวิลล่าในเมืองมองเทรอซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้กับชายรายนี้แล้ว ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (2 ร้อยล้านบาท)
จากข้อมูลของฟอร์จูน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของนายนิโคลัส ปูเอห์ ในการปรับโฉมผู้รับผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์อันมหาศาลของเขา
เมื่อดูประวัติของนิโคลัส ปูเอห์กับบริษัทอบรนด์หรูที่ปู่ของเขาก่อตั้งขึ้น ก็ชัดเจนขึ้นเล็กน้อยว่าทำไมเขาถึงมองหาเรื่องแปลกใหม่เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งของให้กับคนใกล้ตัวแทนที่จะเป็นญาติ เพราะความบาดหมางกับสมาชิกในครอบครัวนี้ดูเหมือนก่อให้เกิดบาดแผลที่ไม่อาจแก้ไขและมีอิทธิพลต่อการเลือกทายาทของนายนิโคลัส ปูเอห์
ในปี 2014 นิโคลัส ปูเอห์ลาออกจากคณะกรรมการกำกับดูแลของบริษัท หลังจากที่คู่แข่งด้านแฟชั่น LVMH เข้าซื้อแอร์เมส 23% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประมูลเทคโอเวอร์เกิดจากการลักลอบขายหุ้น ขณะที่สมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ ของเขาได้จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งขึ้นด้วยหุ้นเพื่อสกัดกั้นการเทคโอเวอร์โดย LVMH
ตามรายงานของเอพี โฆษกของนิโคลัสเผยว่า “ท่านลาออกเพราะรู้สึกว่าถูกสมาชิกในครอบครัวกดดันมาหลายปีแล้ว ซึ่งโจมตีท่านจากหลายด้าน ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับ LVMH เท่านั้น ท่านมีประสบการณ์ที่เลวร้ายมาบ้าง รู้สึกแย่มาก และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงหลายครั้ง แม้ว่าท่านจะผูกพันกับ Hermès ก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าความตั้งใจของ ปูเอห์ จะสำเร็จหรือไม่ เพราะเขายังเผชิญกับความท้าทายในการบรรลุแผนที่จะรับบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่การรับอุปถัมภ์ผู้ใหญ่มีความซับซ้อนและไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก
ซึ่งผู้ใหญ่สามารถรับเลี้ยงผู้ใหญ่อีกคนได้หากอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมยังเป็นผู้เยาว์ คาดจะได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่ง (ราว 2 แสนล้านบาท)
ขอบคุณที่มาจาก Yahoo


