ออสซี่จี้อิสราเอลปรับแผนถล่มกาซ่า ชี้โลกรับไม่ไหวปมพลเรือนตายเกลื่อน
ออสซี่จี้อิสราเอลปรับแผนถล่มกาซ่า – วันที่ 12 มี.ค. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการออสเตรเลียเรียกร้องให้ทางการอิสราเอลปรับเปลี่ยนทิศทางภารกิจกวาดล้างนักรบฮามาสในฉนวนกาซ่า เนื่องจากรูปแบบปัจจุบันกำลังทำให้ประชาคมโลกถอยห่างออกจากอิสราเอล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ระบุว่า กุศโลบายการทำสงครามของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กำลังส่งผลร้ายต่ออิสราเอลมากกว่าผลดี เพราะขัดแย้งต่อค่านิยมของชาติ
นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า แรงสนับสนุนต่ออิสราเอลจากประชาคมโลกจะเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่องหากอิสราเอลไม่แก้ไขหายนะด้านมนุษยธรรมที่กำลังเกิดขึ้นกับพลเรือนในกาซ่า
นางหว่อง กล่าวย้ำว่า เหตุก่อการร้ายโดยนักรบฮามาสที่สังหารหมู่ทหารและพลเรือนเกือบ 1,200 ราย ในอิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค. เป็นสิ่งที่ประชาคมโลกเห็นใจและมีความเป็นเอกภาพร่วมกันกับอิสราเอล
“ทว่า ประชาคมโลกในขณะนี้กำลังรู้สึกหดหู่และสยดสยองกับสถานการณ์ในฉนวนกาซ่าปัจจุบัน หากอิสราเอลยังดึงดันเดินหน้าต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง แรงสนับสนุนต่ออิสราเอลก็จะลดน้อยถอยลงต่อเนื่อง” นางหว่อง ระบุ
ความเห็นของนางหว่องเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องของบรรดาชาติตะวันตกที่มีจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลเดินหน้ากวาดล้างนักรบฮามาสให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขหายนะด้านมนุษยธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในกาซ่า หลังอิสราเอลเตรียมบุกเมืองราฟาห์ทางภาคพื้นดิน
บรรดาชาติตะวันตกข้างต้น อาทิ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ต่างเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
เช่นเดียวกันกับ นายอันโตนีโอ กูแตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ซึ่งเตือนว่า หากอิสราเอลตัดสินใจส่งกำลังภาคพื้นบุกเข้าเมืองราฟาห์ก็จะเปรียบเสมือนการส่งพลเรือนที่เหมือนตกนรกทั้งเป็นในกาซ่าลงไปในนรกขุมที่ลึกลงไปกว่าเดิม
ทั้งนี้ การบุกข้ามแนวกั้นกาซ่าของนักรบฮามาสเข้ามาก่อเหตุสังหารหมู่ทหารและพลเรือนเกือบ 1,200 ราย เมื่อ 7 ต.ค. เพื่อล้างแค้นการปิดล้อมและกดขี่กาซ่าของอิสราเอลนานนับปี ส่งผลให้อิสราเอลประกาศสงครามกับกลุ่มฮามาสและบุกเข้าสู่ฉนวนกาซ่าแบบเต็มอัตราศึก
ทว่า ภารกิจกวาดล้างของอิสราเอลที่กินเวลามานานกว่า 5 เดือนแล้ว ส่งผลให้มีพลเรือนปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 31,000 รายแล้ว และพลเรือนส่วนใหญ่ในประชากรกว่า 2.3 ล้านคน ต้องกลายเป็นผู้อพยพพลัดถิ่นหนีตายไปเบียดเสียดกันอยู่ในเมืองราฟาห์ทางใต้ของกาซ่าติดกับชายแดนอียิปต์ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนปัจจัย 4 ระดับหายนะ จนมีเด็กต้องอดตาย
แม้จะมีเสียงทักท้วงจากประชาคมโลกอย่างต่อเนื่องให้อิสราเอลยุติหรือเปลี่ยนแปลงการดำเนินภารกิจกวาดล้างนักรบฮามาส แต่นายเนทันยาฮู เคยประกาศไว้ว่า อิสราเอลจะไม่มีวันหยุดจนกว่าจะไม่มีนักรบฮามาสหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า เป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้ยากมากและเป็นการต่อยอดความบาดหมางระหว่างชาวปาเลสไตน์กับชาวยิวในอิสราเอลให้ซับซ้อนและสืบทอดต่อไปอีกชั่วลูกชั่วหลานแทนที่การแสวงหาความปรองดองและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม