ยินดี “ม้าป่าเปรวาสกี”บีบีซี รายงานว่า “ม้าป่าเปรวาสกี” (Przewalski) หรือ ม้าป่ามองโกล ม้าป่าใกล้สูญพันธุ์กลับคืนสู่ถิ่นกำเนิดในทุ่งหญ้าโกลเด้นสเตปป์ของคาซัคสถานเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 200 ปี หลังจากหลายฝ่ายพยายามมานานหลายสิบปี

ในที่สุดก็นำม้าเปรวาสกี 7 ตัวจากสวนสัตว์กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ขึ้นเครื่องบินข้ามทวีปจากยุโรปมายังเอเชียกลางเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และปล่อยกลับสู่ถิ่นกำเนิดด้วยหวังว่าจะช่วยเพิ่มประชากรม้าหายากพันธุ์นี้

ยินดี “ม้าป่าเปรวาสกี” ม้าป่าใกล้สูญพันธุ์ หวนถิ่นคาซัคสถาน-ครั้งแรกในรอบ 200 ปี

ยินดี “ม้าป่าเปรวาสกี” – A Czech military airplane, carrying four Przewalski’s horses, lands at the airport near the town of Arkalyk, Kazakhstan, June 6, 2024. REUTERS/David W Cerny

นักวิจัยเปิดเผยว่าม้าเปรวาสกีฝูงนี้ปรับตัวได้ดีในช่วง 2 สัปดาห์ตั้งแต่มาถึง ทั้งเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ ทุ่งหญ้าและเริ่มผสมพันธุ์แล้ว

นายฟิลิป มาเชค โฆษกสวนสัตว์กรุงปราก กล่าวว่านี่เป็นชัยชนะด้านการอนุรักษ์ที่สานต่อกันมาหลายรุ่น กระทั่งม้าหายากชนิดนี้กลับคืนสู่ดินแดนบรรพบุรุษอีกครั้ง หลังมีผู้พบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในมองโกเลียและสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติราว 60 ปีก่อน

แม้ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาม้าปรวาสกีค่อยๆ กลับคืนสู่มองโกเลียและจีน แต่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ม้าเปรวาสกีได้กลับสู่คาซัคสถาน

ยินดี “ม้าป่าเปรวาสกี” ม้าป่าใกล้สูญพันธุ์ หวนถิ่นคาซัคสถาน-ครั้งแรกในรอบ 200 ปี

Kazakhstani rangers and zoo keepers unload a container containing a Przewalski’s horse, at an acclimatisation enclosure at the Alibi field station and reintroduction centre in Altyn Dala area, Kazakhstan, June 4, 2024. REUTERS/David W Cerny

ม้าเปรวาสกีเป็นม้าป่าสปีชีส์สุดท้ายในโลก ตั้งชื่อตาม นายนิโคไล เปรวาสกี นักสำรวจชาวรัสเซียและเป็นคนแรกที่ระบุสายพันธุ์ม้าชนิดนี้ให้ชุมชนนักวิทยาศาสตร์ยุโรปได้รู้จัก

ม้าสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดในทุ่งหญ้าหญ้าสเตปป์ ทวีปเอเชียกลางเมื่อหลายพันปีก่อน ต่อมานักวิจัยนำม้าไปยุโรปและอเมริกาเหนือช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 โดยเลี้ยงดูในสวนสัตว์

ในปีที่นายเปรวาสกีพบม้าสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อปี 2422 มีม้าชนิดนี้หลงเหลือเพียงไม่กี่ตัวทางตะวันตกของมองโกเลีย เนื่องจากมนุษย์ขยายถิ่นฐานที่อยู่ ทำปศุสัตว์ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งทำให้ม้าตายเกือบหมด และหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองนานาชาติพยายามอนุรักษ์ม้าพันธุ์นี้เอาไว้โดยมอบหมายให้สวนสัตว์กรุงปรากทำการศึกษาระดับนานาชาติ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วม้าฝูงแรกที่กลับคืนถิ่นกำเนิด ประกอบด้วยม้าตัวผู้ 1 ตัวและตัวเมีย 6 ตัว โดยตั้งเป้าว่าจะส่งคืนอีกอย่างน้อย 40 ตัวภายใน 5 ปีข้างหน้าซึ่ง นายมิโรสลาฟ โบเบก ผู้อำนวยการสวนสัตว์กล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เลยทีเดียว โดยเครื่องบินกองทัพอากาศเช็ก 2 ลำขนส่งม้าทั้ง 7 ตัวไปยังคาซัคสถานตอนกลางในรอบหลายร้อยปี

ยินดี “ม้าป่าเปรวาสกี” – Zoo keepers prepare a tranquillised Przewalski’s horse, before their release at the Alibi field station and reintroduction centre in Kazakhstan, at the acclimatisation enclosure in the village of Dolni Dobrejov, Czech Republic, June 3, 2024. REUTERS/David W Cerny

ความสำคัญของม้าเปรวาสกี คือ เป็นม้าเพียงสายพันธุ์เดียวที่จัดว่าเป็นม้าป่า ส่วนสายพันธุ์อื่นๆ เช่น ม้าอเมริกันมัสแตงและออสเตรเลียน บรัมบีย์ ล้วนเป็นม้าดุร้ายที่สืบเชื้อสายมาจากม้าบ้าน

ส่วนรูปร่างของม้าเปรวาสกีนั้นค่อนข้างเตี้ยและล่ำสันกว่าม้าบ้านยุคใหม่ และความแตกต่างทางพันธุกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากสายพันธุ์อื่น ๆ เลย

รายงานระบุอีกว่าสวนสัตว์กรุงปรากทุ่มเทเวลา 15 ปีเพื่อส่งม้าคืนถิ่นในเอเชียกลาง โดยเฉพาะ มองโกเลีย ส่วนแผนการส่งม้าคืนคาซัคสถานเริ่มขึ้นหลังจากลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลท้องถิ่นเมื่อปี 2565

ทางสวนสัตว์คัดเลือกม้าจากโครงการต่างๆ ทั่วยุโรปและพามาดูแลที่เดียวกันที่สวนสัตว์เทียร์พาร์ค ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหลายเดือนเพื่อให้ปรับตัวได้ ก่อนขนส่งทางอากาศเมื่อต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินกองทัพเช็ก 2 ลำนำม้า 2 ฝูงบินเป็นระยะทาง 6,000 กิโลเมตร รวมทั้งแวะพัก 2 จุดในตุรกีและอาเซอร์ไบจาน

ยินดี “ม้าป่าเปรวาสกี” ม้าป่าใกล้สูญพันธุ์ หวนถิ่นคาซัคสถาน-ครั้งแรกในรอบ 200 ปี

A Przewalski’s horse leaves its container after being released into an acclimatisation enclosure at the Alibi field station and reintroduction centre, in the Altyn Dala area, Kazakhstan, June 4, 2024. REUTERS/David W Cerny

เมื่อเครื่องบินแตะพื้นสนามบินอาร์คาลีคในคาซัคสถานแล้ว ฝูงม้าต้องเดินทางต่อด้วยรถยนต์อีกกว่า 8 ชั่วโมง จากนั้นปล่อยฝูงม้าในพื้นที่ทุ่งอัลทิน ดาลา ซึ่งในภาษาคาซัคมีความหมายว่าทุ่งหญ้าสีทอง

นายโบเบกกล่าวว่าม้าตัวเมียชื่อ เทสซา ถูกปล่อยจากกล่องขนส่งออกวิ่งเป็นตัวแรกเข้าสู่คอกม้า ตามด้วย เวสเปอ อัมบรา และ ซารี พาอีก 4 ตัวตามมาติดๆ กัน

ม้าฝูงนี้ย้ายมาถึงต้นฤดูร้อนจึงมีเวลาพอที่จะปรับตัวก่อนเข้าฤดูหนาวซึ่งภูมิอากาศในทุ่งหญ้าโหดร้ายมาก ปีแรกเจ้าน้าที่จะดูแลฝูงม้าในพื้นที่จำกัด แต่กว้างขวางขนาด 375 ไร่เพื่อให้ฝูงม้า “ปรับตัวข้ากับสภาพอากาศ” ก่อนปล่อยเป็นอิสระในสู่ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ขึ้น

นายมาเชคกล่าวว่าสวนสัตว์หวังว่าจะเลียนแบบความสำเร็จจากโครงการมองโกเลียเมื่อ 10 ปีก่อนซึ่งเริ่มจากนำม้า 34 ตัวไปปล่อยและให้ขยายพันธุ์ ส่งผลให้มีม้าเพิ่มจำนวนกว่า 850 ตัวในปัจจุบัน ส่วนสาเหตุที่ม้าสูญพันธุ์ไม่ได้เกิดจากการกระทำของมนุษย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การล่าสัตว์และการผสมพันธุ์กับม้าบ้านยังทำให้ม้าป่าสูญพันธุ์ด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน