อุทาหรณ์! ชายจีนวัย 60 วิงเวียน-เป็นลมหลายครั้ง ช็อกมีพยาธิในสมอง เหตุกินเลือดหมูดิบ แพทย์เตือนอย่าหาทำ เสียงเสียชีวิตได้

สำนักข่าวเดอะเปเปอร์รายงาน เมื่อไม่กี่วันก่อน ชายวัย 60 ปีในประเทศจีนเป็นลมที่บ้าน ทำให้ครอบครัวไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์ทำการตรวจร่างกายของคนไข้พบว่าสมองของชายคนนั้นติดเชื้อปรสิต

จากการตรวจโดยแพทย์โรคติดเชื้อถ่ายภาพด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) ในสมองของชายรายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีการติดเชื้อปรสิตในสมอง และผลการตรวจเลือดพบว่า IgG โรคซิสติเซอร์โคซิสในสุกรมีผลเป็นบวก หรือที่เรียกว่า “โรคจากไข่พยาธิตัวตืด Neurocysticercosis”

โรคจากไข่พยาธิตัวตืดพบได้บ่อยในวัยหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่ที่กินไข่พยาธิตัวตืดหมูโดยบังเอิญ พยาธิจะเดินทางเข้าสู่ผนังลำไส้ผ่านทางเดินอาหาร จากนั้นจึงเข้าสู่หลอดเลือดดำและสุดท้ายก็ส่งไข่ไปยังเยื่อหุ้มสมอง เนื้อเยื่อสมอง หรือโพรงสมองผ่านทางการไหลเวียนเลือด

ทั้งนี้ ลูกชายเผยว่า พ่อของเขาฆ่าหมูในช่วงตรุษจีนที่บ้านเกิด ญาติและเพื่อนบ้านจะขอให้เขาดื่ม “เลือดหมูดิบ” ซึ่งว่ากันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ลูกชายของชายคนนั้นเสริมกล่าวว่า “ผมจำได้ว่าเราฆ่าหมูในช่วงตรุษจีน และดื่มเลือดหมูดิบ”

อย่างไรก็ตาม คนไข้ชายเริ่มมีอาการเมื่อประมาณ 5 หรือ 6 ปีที่แล้ว ในกรณีที่ไม่รุนแรง เขามีอาการวิงเวียนศีรษะและปวดศีรษะ จากนั้นเริ่มเป็นลม 5 หรือ 6 ครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โชคดีที่หลังจากฉีดยาและถ่ายพยาธิไปสามรอบ ปรสิตในสมองของชายคนนี้ก็ลดลงอย่างมาก และอาการปวดศีรษะและวิงเวียนศีรษะของเขาก็ไม่ปรากฏอีกต่อไป แพทย์ยังขอเรียกร้องให้ประชาชนไม่ฟังการรักษาพื้นบ้านและดื่มเลือดหมูตามใจ

แม้ว่าโรคนี้จะรักษาได้ไม่ยาก แต่หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลาอาจทำให้ปวดศีรษะ อ่อนแรง และเกิดความบกพร่องทางร่างกายและอาการอื่น ๆ กรณีที่รุนแรงอาจทำให้เกิดโรคลมบ้าหมู ตาพร่ามัว ตาบอด และอาจถึงแก่ชีวิตได้ แพทย์เตือนให้ล้างมือบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน และอย่ากินหมูดิบหรือเลือดหมูเด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน