เกาหลีเหนือเมินทรัมป์ – สเตรตส์ไทมส์ และบลูมเบิร์ก รายงานว่าทางการเกาหลีเหนือตอบโต้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้นำจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งก่อนหน้านี้กล่าวว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับ นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาลีเหนือ หนำซ้ำยังบอกว่านายคิมคิดถึงตนด้วยนั้น
สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุว่า “ไม่สนใจ” คำพูดดังกล่าว อีกทั้งยังขู่ว่าคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือพร้อมเสมอสำหรับผู้นำสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคนไหนก็ตาม

เกาหลีเหนือเมินทรัมป์ – Republican presidential nominee and former U.S. President Donald Trump speaks as he campaigns in Charlotte, North Carolina, U.S. July 24, 2024. REUTERS/Marco Bello
บทบรรณาธิการเมื่อวันที่ 24 ก.ค. มีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่าขณะที่นายทรัมป์พยายามอ้างความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือกลับมองว่านโยบายสหรัฐเป็นปรปักษ์และตอกย้ำว่าอดีตประธานาธิบดีไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกที่สำคัญแต่อย่างใด
ทางการเกาหลีเหนือสะท้อนความเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากนายทรัมป์กล่าวถึงความสัมพันธ์แนบแน่นกับนายคิมระหว่างปราศรัยในที่ประชุมพรรครีพับลิกันแห่งชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายทรัมป์กล่าวว่าตนเข้ากับนายคิมได้และคิดว่าผู้นำเกาหลีเหนือคงคิดถึงตน รวมถึงอาจต้องการให้ตนกลับมาดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว
บทความย้ำว่าควรแยกความสัมพันธ์ส่วนตัวกับการทูตออกจากกัน ไม่ว่าฝ่ายใดมาบริหารสหรัฐก็ไม่ทำให้บรรยากาศการเมืองเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นเกาหลีเหนือจึงไม่ให้ความสนใจในประเด็นที่นายทรัมป์เอ่ยถึง

เกาหลีเหนือเมินทรัมป์ – This undated photo provided Sunday, July 14, 2024, by the North Korean government, North Korean leader Kim Jong Un, center, inspects a development project in Samjiyon, Ryanggang Province, during his July 11-12 visit. Independent journalists were not given access to cover the event depicted in this image distributed by the North Korean government. The content of this image is as provided and cannot be independently verified.(Korean Central News Agency/Korea News Service via AP)
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 นายทรัมป์เคยขู่เกาหลีเหนือด้วยคำพูดดุดันว่า “เกาหลีเหนือไม่ควรขู่สหรัฐอีก ไม่อย่างนั้นจะเจอกับไฟบรรลัยกัลป์แบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน” เพื่อตอบโต้ที่เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธซึ่งมีพิสัยไกลถึงดินแดนของสหรัฐ ส่วนเคซีเอ็นเอก็ตั้งฉายาให้นายทรัมป์ว่า “ปัญญานิ่ม” และเรียกคณะทูตสหรัฐว่า “พวกอันธพาล”
อย่างไรก็ตาม การพบปะหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายทรัมป์และนายคิมที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2561 ทั้งสองฝ่ายก็เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือถึงกับกล่าวว่าผู้นำทั้งสองประเทศมีเคมีที่มหัศจรรย์และนำมาซึ่งผลการหารือที่สำคัญ คือ ทั้งสองฝ่ายประกาศว่าจะลดอาวุธนิวเคลียร์
จากนั้นไม่นานนายคิมก็ระงับการทดสอบขีปนาวุธเป็นเวลาสั้นๆ ส่วนสหรัฐลดการฝึกซ้อมร่วมทางทหารกับเกาหลีใต้ซึ่งเกาหลีเหนือมองว่าเป็นการยั่วยุมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม การเจรจาของสองผู้นำที่เวียดนามในปี 2562 จบลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ไม่นานนักเกาหลีเหนือก็เพิ่มคลังวัสดุฟิชไซล์หรือวัสดุที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ต่อเนื่อง พร้อมเริ่มทดสอบขีปนาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพทางอาวุธนิวเคลียร์

ภาพประกอบ – Donald Trump (while serving as US President) walks with North Korea’s leader Kim Jong Un during a break at the Sofitel Legend Metropole hotel. (AFP)
และนับตั้งแต่รัฐบาล ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ามาบริหารประเทศ สหรัฐก็ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับพันธมิตรหลักในภูมิภาคเอเชีย อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันแสดงแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐ พร้อมเตือนนายคิมว่าอาจพบจุดจบหากใช้อาวุธนิวเคลียร์
ด้านนายคิมไม่สนข้อเรียกร้องจากทำเนียบขาวที่ขอให้กลับไปสู่โต๊ะการเจรจา และเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ส่วนสหรัฐและชาติพันธมิตรกล่าวว่าเกาหลีเหนือได้รับการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและการทหารจากรัสเซียเพื่อแลกกับอาวุธที่นำไปช่วยในการรุกรานยูเครน
ขณะนี้สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่นายไบเดนถอนตัวจากการเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะจัดขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ รวมถึงไม่ได้กล่าวถึงนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี ที่ได้รับการสนับสนุนจากนายไบเดนเป็นผู้แทนพรรคลงชิงชัยเก้าอี้ผู้นำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: