ศึกกาซ่า ปาเลสไตน์ชี้มูลเหตุสังหารผู้นำฮามาสเพื่อต่อเวลาสงคราม

ศึกกาซ่า – วันที่ 6 ส.ค. รอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ กล่าวถึงมูลเหตุของการสังหารนายอิสมาอิล ฮันนิเยห์ ผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาส ว่าผู้อยู่เบื้องหลังมีเจตนาให้สงครามฉนวนกาซ่ายืดเยื้อออกไป

ประธานาธิบดีอับบาสกล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอาร์ไอเอ สื่อสัญชาติรัสเซีย ก่อนเดินทางไปเยือนกรุงมอสโก เพื่อหารือวิกฤตที่กำลังเกิดในภูมิภาคตะวันออกกลางกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระหว่างวันที่ 12 ถึง 14 ส.ค.นี้

นายฮันนิเยห์ถูกสังหารภายในที่พักในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางการอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธแนวร่วมของอิหร่านประกาศจะโจมตีตอบโต้อิสราเอล หลังกล่าวโทษว่าอิสราเอลเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารข้างต้น

ประธานาธิบดีอับบาส กล่าวว่า การลอบสังหารนายฮันนิเยห์เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดตาขาวและเป็นพัฒนาการที่อันตรายของการเมืองในประเทศอิสราเอล

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการลอบฆ่าคุณฮันนิเยห์นั้นก็เพื่อยืดเวลาและแผ่ขยายสงครามออกไปอีก” และว่า “เหตุที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ เพื่อหยุดยิงและให้อิสราเอลถอนทหารออกจากกาซ่า นำไปสู่การยุติของสงคราม” อับบาสระบุ

รายงานระบุว่า นายฮันนิเยห์เป็นผู้นำฝ่ายการเมืองและทำหน้าที่เป็นผู้แทนของกลุ่มฮามาสในเวทีการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อหาข้อยุตินำไปสู่จุดจบของสงคราม

นับตั้งแต่ 7 ต.ค. 2566 ที่นักรบฮามาสรุกรานอิสราเอลและสังหารหมู่ผู้คนไม่เลือกหน้าเกือบ 1,200 ราย พร้อมจับตัวประกันไปหลายร้อยคน โดยตัวประกันที่เหลืออีกกว่าร้อยคนนั้นยังไม่ทราบชะตากรรม

ด้านทางการอิหร่านกล่าวโทษอิสราเอล ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารที่เกิดขึ้นและจะต้องเผชิญกับการลงโทษอย่างเฉียบขาด

ขณะที่ผู้นำปาเลสไตน์ กล่าวยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของฝ่ายอิสราเอลที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยในกาซ่าหลังสิ้นสุดสงคราม โดยมองว่ากาซ่าจะต้องถูกโอนมาให้กับรัฐบาลของปาเลสไตน์ (ปัจจุบันดูแลพื้นที่บางส่วนของเขตเวสต์แบงค์)

รัสเซียซึ่งเป็นชาติพันธมิตรใกล้ชิดกับอิหร่านและบรรดาชาติอาหรับ รวมถึงเจ้าฟ้าชายโมฮัมเหม็ด บิล ซัลมาน มกุฏราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ประณามเหตุลอบสังหารที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของภูมิภาคให้ย่ำแย่ลง

นอกจากนี้ ทางการรัสเซียยังเคยประณามการกระทำของชาติตะวันตกมาอย่างต่อเนื่องที่ไม่ยอมรับรัฐปาเลสไตน์และพรมแดนตามที่ตกลงกันไว้ในปี 2510

ผู้นำปาเลสไตน์ กล่าวถึงการเยือนกรุงมอสโกว่า เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนมุมมอง รวมถึงการยกระดับความร่วมมือทวิภาคีในทุกด้านระหว่างปาเลสไตน์กับรัสเซีย ก่อนจะเดินทางไปเยือนตุรกีในวันที่ 14 ถึง 15 ส.ค.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน