คนรอบตัวไม่รู้ หนุ่มใหญ่ป่วยเบาหวาน 30 ปี แชร์วิธี รักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ทำตามไม่ยาก หมอยังตกใจ

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า แซ่หวัง หนุ่มใหญ่ชาวจีนวัย 60 กว่าปี ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 มา 30 ปี เผยเคล็ดลับในการรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ทำตามได้ไม่ยาก เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แพทย์เห็นผลตรวจแต่ละครั้งยังประหลาดใจ

โดยแซ่หวัง อาศัยอยู่ที่มณฑลเจียงซู เผยว่า เขาใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวาน มานานกว่า 30 ปี แต่หลายคนรอบตัวกลับไม่รู้ว่า เขาป่วย เพราะดูจากภายนอกสุขภาพแข็งแรง อารมณ์ดี แม้แต่แพทย์ยังต้องประหลาดใจเมื่อถึงเวลาตรวจสุขภาพ ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาคงที่มาตลอด

ภาพประกอบ

เขาได้แชร์เคล็ดลับดีๆ 5 เคล็ดลับ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งเขาทำมาตลอดหลายปี นั่นก็คือ

1.ทานอาหารคาร์โบไฮเดรตสม่ำเสมอ โดยเน้นคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เท่ากันทั้ง 3 มื้ออาหาร และควารทานอาหารให้ตรงเวลาในทุกๆ วัน โดยปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ต้องการในแต่ละวัน จะขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ระดับกิจกรรม แคลอรี่ที่ต้องการ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ

2.ปรุงอาหารเองด้วยเมนูที่หลากหลายทุกวัน โดยอาหารที่เขากินส่วนใหญ่จะต้ม นึ่ง และตุ๋น นอกจากนี้ยังควบคุมปริมาณแคลอรี่ด้วยการทำอาหารให้เพียงพอสำหรับแต่ละมื้อ และเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

3.เข้านอนเร็วและตื่นเช้าตามเวลาที่กำหน เขาเชื่อว่าการนอนหลับมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพ เพราะในระหว่างการนอนหลับ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญกลูโคสและควบคุมอินซูลิน ซึ่งเขาเน้นไปที่การเข้านอนเร็ว ตื่นเช้า และสม่ำเสมอตามเวลาที่กำหนดทุกวัน โดยปกติจะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

ภาพประกอบ

สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มการเผาผลาญและปรับปรุงภูมิคุ้มกัน แต่ยังช่วยกำหนดนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย เพื่อปรับปรุงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งช่วยลดความเครียดและการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นสารเพิ่มความคงตัวของน้ำตาลที่สำคัญ

4.ออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำ เขาดินเร็วหรือจ๊อกกิ้งวันละ 30 นาที ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 30-60 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วันจนถึงปัจจุบัน การออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับผู้ป่วย โดยจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันในตับและตับอ่อน ไขมันในเลือด ควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และความเสียหายของเส้นประสาท สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

ภาพประกอบ

5.กินยาและตรวจสุขภาพตามคำแนะนำแพทย์ เขามีนิสัยชอบวัดน้ำตาลในเลือดทุกๆ 3-5 วัน โดยปกติจะเป็นตอนเช้าก่อนทานอาหาร เขาไม่เคยมาสายเมื่อมีนัดหมายกับแพทย์ แม้ว่าระดับน้ำตาลจะคงที่อยู่เสมอ ก็ควรตรวจสอบ HbA1C ปีละสองครั้งเสมอ อีกทั้งยังมีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน โดยเฉพาะตัวชี้วัดที่อาจส่งผลโดยตรงต่อภาวะเบาหวาน หรือภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิต ไขมันในเลือด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน