อินเดียเผยปมบีบีซี รายงานกระแสวิตกกังวลใน ประเทศอินเดีย หลังจาก ช้างป่า 13 ตัวล้มตายในอุทยานแห่งชาติบันธัมครห์ รัฐมัธยประเทศ ทางตอนกลาง ในช่วง 3 วันระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าเพราะกิน “ข้าวฟ่าง” ติดเชื้อรา

ผลการตรวจสอบสารพิษในเบื้องต้นทำให้สันนิษฐานว่าช้างป่ากินข้าวฟ่างที่มีราเข้าไป ประเด็นนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศและทำให้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

อินเดียเผยปม “ช้างป่า” 13 ตัวตายปริศนา คาดสารพิษรุนแรงจาก “ข้าวฟ่างขึ้นรา”

ภาพประกอบ – The deaths of 10 elephants in three days in a national park in central India has raised alarm among conservationists. The animals, part of a herd of 13 elephants, died over 29-31 October at the Bandhavgarh National Park in Madhya Pradesh state. /iStock/

นายแอล กฤษณะ มูรตี เจ้าหน้าที่ป่าไม้อาวุโสและหัวหน้าชุดสอบสวนการตายของช้าง กล่าวว่ารายงานพิษวิทยาระบุว่าช้างกินต้นและผลข้าวฟ่างโคโดะปริมาณมาก แม้ไม่ได้ยืนยันว่าช้างถูกวางยาพิษหรือเป็นการจงใจวางยาพิษ แต่มีความเป็นไปได้ว่าเกษตรกรอาจหาวิธียับยั้งช้างไม่ให้เข้ามาทำลายพืชผล

จากการตรวจสอบอาหารที่ตกค้างในกระเพาะของช้างที่ล้มตาย เจ้าหน้าที่พบ “กรดไซโคลเพียโซนิก” สารพิษจากเชื้อราที่มีฤทธิ์รุนแรงต่อระบบประสาท จึงคาดว่าช้างกินข้าวฟ่างโคโดะเข้าไปจำนวนมาก

อินเดียเผยปม “ช้างป่า” 13 ตัวตายปริศนา คาดสารพิษรุนแรงจาก “ข้าวฟ่างขึ้นรา”

อินเดียเผยปม – ภาพประกอบ – A preliminary toxicology report says that the elephants may have died from eating a millet crop infected with fungus. The deaths have generated national headlines and criticism, putting the state’s government on the back foot. “[The toxicology report indicates] that the elephants had consumed a large quantity of decayed kodo [millet] plants and grains,” said L Krishna Murthy, a senior forest official who is leading an inquiry into the deaths. Source: Thespruceeats.com

ข้าวฟ่างชนิดนี้ปลูกได้ทั่วไปในพื้นที่แห้งแล้งหลายประเทศ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์และบางส่วนของแอฟริกาตะวันตก สำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าวฟ่างโคโดะในอินเดียส่วนใหญ่ ร้อยละ 35 อยู่ในรัฐมัธยประเทศ พืชชนิดนี้โตเร็ว ทนแล้งได้ดี เก็บรักษาไว้ได้นาน มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการและย่อยง่าย

แต่ผลการศึกษาบางชิ้นพบว่าการรับประทานข้าวฟ่างอาจทำให้เกิดอาการมึนเมาและเป็นพิษต่อร่างกาย เนื่องจากข้าวฟ่างมักมีราขึ้นซึ่งเป็นตัวการสร้างกรดไซโคลเพียโซนิก

ขณะที่ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยข้าวฟ่างแห่งอินเดียระบุว่า พืชผลการเกษตรหลายชนิดมีรา (กรดไซโคลเปียโซนิก) ปนเปื้อน แต่มีการบันทึกว่าพืชที่ได้รับผลเสียมากที่สุดคือ ข้าวฟางโคโดะ

อินเดียเผยปม “ช้างป่า” 13 ตัวตายปริศนา คาดสารพิษรุนแรงจาก “ข้าวฟ่างขึ้นรา”

อินเดียเผยปม – Police and forest officials examine the site where an elephant was found dead. Initial unconfirmed reports said that the elephants had been poisoned, possibly by farmers to stop them destroying crops. But government officials say there is no sign of deliberate poisoning. The toxicology report says cyclopiazonic acid – a fungal neurotoxin – was found in the samples taken from the dead elephants. (PTI)

นอกจากนี้ยังมีรายงานบางฉบับระบุว่าสัตว์หลายตัวตายหลังกินพืชขึ้นราที่มีกรดอันตราย แต่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เช่น รายงานของนายรามาน สุกุมาร นักนิเวศวิทยา และนายทีเอส สุรายานารายานัน นักนิเวศวิทยา ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารดาวน์ทูเอิร์ธ ระบุว่าเมื่อปี 2476 เกิดเหตุช้าง 14 ตัวตายใกล้ป่าในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของอินเดีย เพราะกินข้าวฟ่างโคโดะ

หลังจากข่าวโด่งดังทั่วประเทศว่าต้นเหตุคือ ข้าวฟ่างโคโดะ ทำให้เจ้าหน้าที่ถางทำลายข้าวฟ่างที่ปลูกในหมู่บ้านใกล้กับอุทยานแห่งชาติ ด้านรายงานพิษวิทยาแนะนำให้สำรวจและทำลายพืชผลการเกษตรขึ้นราและป้องกันไม่ให้ช้างเลี้ยงและช้างป่าเข้าไปในพื้นที่เพาะปลูกเหล่านั้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน