จีนไฟเขียว สร้างเขื่อนปั่นไฟใหญ่สุดในโลก-กำลังผลิต3แสนล้านกิโลวัตต์
จีนไฟเขียว – วันที่ 26 ธ.ค. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนอนุมัติโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทางภาคตะวันออกของเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแม่น้ำหลายสายในบังกลาเทศและอินเดีย
พาวเวอร์ คอนสตรักชัน คอร์ป ผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง ระบุว่า เขื่อนดังกล่าวจะตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำยาร์ลุงจังโปมีศักยภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึงปีละ 3 แสนล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
กำลังผลิตดังกล่าวเทียบได้กับเขื่อนปั่นไฟ “ซานเสียต้าป้า” (เขื่อนสามผา) ที่ปัจจุบัน เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีกำลังการผลิตสูงสุด 8.82 หมื่นล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ตั้งอยู่ที่ลุ่มน้ำแยงซีเกียง ประเทศจีน เกือบ 4 เขื่อนรวมกัน
สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า เขื่อนข้างต้นจะมีบทบาทสำคัญในการนำพาจีนสู่เป้าหมายคาร์บอนฟุตปรินต์ด้านพลังงานเป็นศูนย์ กระตุ้นความคึกคักให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และสร้างงานในประชาชนในทิเบต
รายงานระบุว่า ลุ่มแม่น้ำยาร์ลุงจังโปเป็นพื้นที่ลาดลุ่มและมีช่วงที่ลดระดับต่ำลงถึง 2,000 เมตร ภายในระยะทางเพียง 50 กิโลเมตร ทำให้มีศักยภาพเหมาะสมเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า และสร้างความท้าทายอย่างใหญ่หลวงด้านวิศวกรรมการออกแบบ
ด้านงบประมาณคาดว่าจะมากกว่าเขื่อนปั่นไฟซานเสียต้าป้าที่ใช้งบลงทุนถึง 2.542 แสนล้านหยวน หรือเกือบ 1.2 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ รวมถึงค่างบเวนคืนและเคลื่อนย้ายพลเมืองกว่า 1.4 ล้านคน ที่สูงกว่าที่รัฐเคยประเมินไว้กว่า 4 เท่า ต้องใช้เงินถึง 2.66 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขพลเมืองที่จะต้องเคลื่อนย้ายกรณีก่อสร้างเขื่อนใหม่ ว่าจะมากเพียงใด รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องถิ่น ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือว่าอุดสมบูรณ์ที่สุดในทิเบต
ทว่า ทางการจีนเคยอ้างว่า เขื่อนปั่นไฟแห่งใหม่ดังกล่าวที่จะคิดเป็นกำลังผลิตถึงหนึ่งในสามของเขื่อนทั้งหมดในจีน จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศท้องถิ่นและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำช่วงกลางและปลายน้ำ
แม้ทางการบังกลาเทศและอินเดียจะเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนข้างต้น ว่าอาจเปลี่ยนแปลงไม่เฉพาะระบบนิเวศแต่อาจรวมถึงกระแสน้ำของแม่น้ำหลายสายด้วย
ทั้งนี้ แม่น้ำยาร์ลุงจังโปในทิเบตกลายเป็นแม่น้ำพรหมบุตรไหลข้ามพรมแดนเข้าไปในอินเดียและบังกลาเทศ โดยจีนมีเขื่อนปั่นไฟอยู่ในแม่น้ำยาร์ลุงจังโปแล้วแต่เป็นส่วนที่ไหลจากตะวันตกไปตะวันออกในทิเบต และจีนอยู่ระหว่างวางแผนก่อสร้างเขื่อนเพิ่มอีก