หนุ่มจีน 28 เผยภัยเงียบใกล้ตัวจาก หูฟัง ทำสูญเสียการได้ยินถาวร หลังละเลยไม่รักษา จนลุกลาม ชี้อาการเบื้องต้น แนะรีบไปพบแพทย์

เผยเคสภัยเงียบใกล้ตัว หลังหนุ่มชาวจีนรายหนึ่ง วัย 28 ปี สูญเสียการได้ยินถาวร พบมีนิสัยชอบใส่หูฟัง และเปิดเพลงดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้ามีอาการหูอื้อ สุดท้ายเลวร้ายถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก

เคสดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างประเทศ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ระบุว่า ชายชาวจีนรายหนึ่งวัย 28 ปี เข้ารับการรักษา เนื่องจากมีอาการหูอื้อ ไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่า เขาสูญเสียการได้ยินถาวรทั้งสองข้าง เพราะละเลยอาการเบื้องต้น

แพทย์ได้อธิบายว่า คนไข้รายนี้สวมหูฟังเป็นเวลานาน รวมถึงเปิดเพลงด้วยระดับเสียงที่ดังมากถึง 80 เดซิเบล แม้ว่าบางครั้งเขาจะรู้สึกว่าหูอื้อ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่ได้กระทบต่อชีวิตประจำวันของตัวเอง

ภาพประกอบ

จนกระทั่งวันหนึ่ง คนไข้รายนี้ จู่ๆ ไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดัง เขาจึงรู้สึกกลัวและเข้ารับการรักษา หลังจากตรวจร่างกายแล้ว แพทย์วินิจฉัยว่า คนไข้สูญเสียการได้ยินทั้งสองข้าง แพทย์เผยว่า คนไข้เข้ารับการรักษาช้าเกินไป หากคนไข้สังเกตความผิดปกติทางการได้ยินแต่เนิ่นๆ

แต่คนไข้ปล่อยทิ้งไว้นานกว่า 6 เดือน จึงเข้ารับการรักษา ส่งผลให้คนไข้รายนี้พลาดช่วงเวลาสำคัญของการรักษา และหูของเขาได้รับความเสียหายถาวรจากการได้ยินไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แพทย์เผยว่า จากประสบการณ์ทางการแพทย์หลายปีของเขา การสูญเสียการได้ยินแบ่งออกเป็นระดับเล็กน้อย ปานกลาง และรุนแรง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถฟื้นฟูการได้ยินได้หากเข้ารับการรักษาภายในหนึ่งสัปดาห์ หลังจากพบความผิดปกติที่หู

น่าเสียดายผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 60 ไม่คิดว่าตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน จึงปล่อยไว้ สุดท้ายก็สายเกินไปที่จะรักษาได้แล้ว

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ แพทย์หูคอจมูกจากไต้หวัน ได้แบ่งปันเคล็ดลับการถนอม-ป้องกันหู ผ่านเพจเฟซบุ๊กไว้ว่า ให้ลองทำตามกฎ 60/60 โดยปรับระดับเสียงไม่เกิน 60 ของระดับเสียงสูงสุด และไม่ควรใช้หูฟังเกิน 60 นาทีต่อครั้ง

อีกทั้งควรเลือกหูฟังที่ตัดเสียงรบกวน เพื่อให้ได้ยินเสียงในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและหลีกเลี่ยงการเพิ่มเสียง เนื่องจากเสียงรบกวนจากภายนอก

นอกจากนี้ ควรให้หูของคุณได้พักบ้าง และสิ่งสำคัญไม่ควรละเลยปัญหาเล็กน้อย หากมีอาการหูอื้อหรือการเปลี่ยนแปลงในการได้ยิน ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามหรือแย่ลงมากกว่านี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน