ตะลึง! หมอพื้นเมืองที่ฟิลิปปินส์ ใช้ ‘งูพิษกัด’ เพื่อรักษาโรค อ้างเป็นภูมิปัญญา-ไม่อันตราย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แก้ปัญหาสุขภาพ ชาวบ้านแห่เข้าคิวรักษา

11 มิ.ย. 2568 สื่อต่างประเทศระบุว่า เป็นเวลากว่าหลายปีที่ โรซาลิโอ คูลิต (Rosalio Culit) หมอพื้นบ้านชาวฟิลิปปินส์ ผู้เรียกตนเองว่าเป็น “หมอรักษาโรค” ได้ใช้วิธีการรักษาสุดแปลก โดยปล่อยให้ ‘งูพิษ’ ชนิดแมวเซา กัดผู้ป่วย เพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ

“โรซาลิโอ คูลิต” หรือ “ดาตู คามันดัก” อีกชื่อที่ชาวเผ่ามาโนโบ ในจังหวัดซูริเกา เดล นอร์เต บนเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์เรียกกัน เขาคือหมอพื้นเมืองผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง พร้อมยังเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดการถกเถียงในสังคมอย่างมากมาย เกี่ยวกับประเด็นที่เขาได้ใช้ ‘พิษงูแมวเซา’ ในการรักษาโรค

ภาพประกอบจาก RT en Español

โดย คูลิต เล่าว่า “ผมค้นพบสรรพคุณในการรักษาโรคจากพิษงูโดยบังเอิญ”

“เมื่อหลายปีก่อน ผมถูกงูพิษที่เลี้ยงไว้กัด ซึ่งตอนนั้น ผมกำลังป่วยด้วยโรคหลายอย่าง แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากถูกกัด ผมกลับรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมจึงเชื่อว่า ‘พิษงู’ คือสิ่งที่รักษา ทำให้ผมหาย”

ภาพประกอบจาก RT en Español

นับแต่นั้นมา เขาก็เริ่มเผยแพร่แนวคิดเรื่องสรรพคุณทางยาของพิษงูแมวเซาสายพันธุ์ “Tropidolaemus subannulatus” ซึ่งพบทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ จากเหตุการณ์นี้ คูลิต เริ่มมีชื่อเสียงในฐานะ “หมองูผู้รักษาโรค” ไปทั่วพื้นที่

ก่อนหน้านี้ไม่นาน โรซาลิโอ คูลิต กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ หลังปรากฏตัวในวิดีโอของสำนักข่าวต่างประเทศ ที่นำเสนอวิธีการรักษาโรคสุดแปลกของเขา แต่ความจริงแล้ว เขาเปิดบริการ “ให้ ‘งูกัด’ เพื่อรักษาโรค” แก่ผู้ที่หวังปาฏิหาริย์ในการหายจากอาการป่วยต่าง ๆ มานานหลาย 10 ปี

ภาพประกอบจาก RT en Español

เมื่อปี 2557 สถานีโทรทัศน์ “GMA Network” ของฟิลิปปินส์ ก็เคยนำเสนอเรื่องราวของหัวหน้าเผ่ามาโนโบผู้นี้ ซึ่งเลี้ยงงูแมวเซาไว้จำนวนมาก หลายตัวปล่อยให้เดินเพ่นพ่านภายในบ้านอย่างอิสระ

โดยในช่วงเวลานั้น เขาก็มีผู้ป่วยแวะเวียนมาขอรับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยหลายคนเชื่อว่า การถูกงูของเขากัดสามารถบรรเทา “อาการโรคหัวใจ” หรือแม้แต่ “โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ” ก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

ภาพประกอบจาก RT en Español

นอกจากการให้งูกัดโดยตรง คูลิต ยังมีสูตรไวน์หมักผสมพิษงูที่เขาหมักเองในโอ่งขนาดใหญ่ และจ่ายให้ผู้ป่วยดื่มเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวจะอ้างว่า “พิษของงูแมวเซาสายพันธุ์ ‘Tropidolaemus subannulatus’ มีสรรพคุณทางยา สามารถใช้ในการรักษาได้” ทว่า! ทางผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยากลับยืนยันว่า “ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ ที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว”

ยิ่งไปกว่านั้น พิษของงูชนิดนี้ “อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการแพ้พิษ ซึ่งอาจเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้”

โจวี เทโร (Jovy Tero) ลูกสาวของ โรซาลิโอ คูลิต ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อว่า “งูแมวเซาทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์เป็นงูที่ ‘ปลอดภัย’ เนื่องจากพิษของมันไม่ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต และไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบบริเวณที่ถูกกัดเน่าเปื่อย”

โดยเธออธิบายว่า “พิษของงูชนิดนี้ ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (neurotoxic) เป็นหลัก และมีส่วนประกอบของพิษที่ทำลายเลือด (hemotoxic peptides) ในปริมาณที่น้อยมาก”

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพิษของงูชนิดนี้จะไม่เป็นที่รู้จักว่าอันตรายถึงชีวิต แต่การเรียกมันว่า “ปลอดภัย” ก็อาจจะดูเกินจริงไปสักหน่อย

การอ้างสรรพคุณทางยาโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่เพียงสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของผู้ที่หลงเชื่อได้ในระยะยาว

ท้ายที่สุด ไม่ว่าความเชื่อในภูมิปัญญาพื้นบ้านจะมีบทบาทเพียงใด การรักษาโรคควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และอิงอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์แล้วเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน