สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสซี่วิเคราะห์ ไทยปะทะกัมพูชาใครเริ่มก่อน
สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสซี่วิเคราะห์ – วันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (ASPI) เผยแพร่รายงานวิเคราะห์การปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้หัวข้อ “มรดกการเมืองและการยกระดับที่วางแผนไว้ล่วงหน้า”
รายงานดังกล่าวแบ่งเนื้อหาโดยสรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้
- การปะทะที่เกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา นั้นเป็นผลลัพธ์มาจากการเตรียมการของฝ่ายกัมพูชานานหลายเดือน อาทิ การปรับปรุงเส้นทางและการสร้างฐานที่มั่นใกล้กับพื้นที่พิพาทโดยใช้ข้ออ้างตบตาว่าเป็นการพัฒนาด้านพลเรือน
- สถานการณ์พิพาทที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนนั้นเลวร้ายลงเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างตระกูลการเมืองของทั้งสองประเทศ ซึ่งต่างพยายามนำการเผชิญหน้าที่เกิดขึ้นมาใช้เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนทางการเมือง
- ข้อมูลข่าวกรองจากแหล่งข่าวเปิด (OSINT) พบว่ากัมพูชายกระดับสถานการณ์ 33 ครั้ง เทียบกับการยกระดับสถานการณ์ของฝ่ายไทยที่มีเพียง 14 ครั้ง (ลดระดับร่วมกัน 9 ครั้ง) สะท้อนว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวมากกว่าไทย ส่วนไทยนั้นเป็นฝ่ายที่โต้ตอบความเคลื่อนไหวมากกว่า
- ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุ่น PMN-2 ซึ่งผลิตในประเทศรัสเซีย และทำให้เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยหลายนายบาดเจ็บ ถือเป็นฟางเส้นสุดท้าย เนื่องจากทางการไทยถือว่าเป็นการ “รุกราน” ไม่ใช่การ “ยั่วยุ”
- ผู้นำของกัมพูชา (ฮุนเซน) ฉวยโอกาสความไร้เสถียรภาพของการเมืองไทยและการกลับเข้าสู่อำนาจของตระกูลการเมืองไทยเพื่อผลักดันข้อกล่าวอ้าง (เกี่ยวกับปราสาทและพื้นที่พิพาท) และเพื่อเพิ่มพูนความนิยมให้กับนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา (ฮุนมาเนต) ในฐานะผู้นำชาติในภาวะสงคราม
- คลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ที่รั่วไหลออกมาระหว่างผู้นำกัมพูชา (ฮุนเซน) และนายกรัฐมนตรีหญิงของไทย นั้นเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของกัมพูชา เพราะแม้นำไปสู่การถูกยุติการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯหญิงของไทย แต่สร้างความเสียหายด้านความน่าเชื่อถือให้กับกัมพูชาในเวทีโลกอย่างใหญ่หลวง เพราะถือเป็นการผิดมารยาททางการทูต
- ความเสียหายต่อพลเรือนนั้นรวมทั้งสองฝ่ายแล้วมีผู้ต้องอพยพกว่า 3 แสนคน เสียชีวิตหลายสิบราย มีโรงพยาบาล สถานศึกษา ได้รับความเสียหายจากจรวด BM-21 ของกัมพูชา ขณะที่ฝ่ายไทยนั้นใช้การโจมตีที่มุ่งเน้นความแม่นยำแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการโจมตีของกัมพูชาที่โจมตีอย่างไม่แยกแยะ
- อย่างไรก็ดี รายงานยังคงตั้งคำถามถึงเป้าประสงค์ในระยะยาวของกัมพูชาเนื่องจากปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่ากัมพูชาได้ประโยชน์อะไร นอกเหนือจากความสำเร็จในการทำให้สภาพการเมืองไทยหยุดชะงักในระยะสั้น