วันที่ 21 ส.ค. สำนักข่าวกลางของไต้หวัน รายงานว่า นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวันแถลงว่า งบประมาณด้านกลาโหมของไต้หวันในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.32% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ
งบกลาโหมที่เสนอสำหรับปีงบประมาณ 2569 รวมค่าใช้จ่ายด้านกิจการทหารผ่านศึกและหน่วยยามฝั่ง อยู่ที่ 949,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.015 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 3.32% ของจีดีพี โดยรัฐบาลใช้วิธีการคำนวณตามมาตรฐานองค์การนาโต้
กระแสเรียกร้องให้ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหมเกิน 3% ของจีดีพีมีมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากแรงกดดันทางทหารจากจีนเพิ่มสูงขึ้น โดยในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา งบกลาโหมภายใต้รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) อยู่ระหว่าง 2–2.5% ของจีดีพี ขณะที่ครั้งสุดท้ายที่งบกลาโหมเกิน 3% ของจีดีพี ต้องย้อนกลับไปปี 2552 ในสมัยประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว จากพรรคก๊กมินตั๋ง
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เคยกล่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อเดือนก.พ.ว่า รัฐบาลของตนมีเป้าหมายให้งบกลาโหมเกิน 3% ของ จีดีพี เพื่อแสดงถึง “ความมุ่งมั่นด้านการป้องกันประเทศ” ซึ่งสอดคล้องกับคำเรียกร้อง ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ไต้หวันเพิ่มงบด้านการทหาร