เมื่อวันที่ 21 เม.ย. เอเอฟพีรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธข้ามทวีปทั้งหมด โดยให้มีผลในทันที สร้างความยินดีให้กับประชาคมโลก ในช่วงที่พัฒนาการคาบสมุทรเกาหลีพลิกดำเนินไปในทางบวกอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การประชุมระดับผู้นำเกาหลีในวันที่ 27 เม.ย.นี้ และการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค.นี้ ระหว่างนายคิม กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา
ประกาศของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือได้รับการรายงานผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ กระบอกเสียงพรรคคนงานเกาหลีเหนือ ว่า “เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการพัฒนาแสนยานุภาพแล้ว ในจำนวนนี้ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตหัวรบนิวเคลียร์เพื่อติดตั้งกับขีปนาวุธข้ามทวีป หรือไอซีบีเอ็ม ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เกาหลีเหนือจะต้องทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยกลางและไกลอีกต่อไป”
นายคิม ระบุว่า ทางพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือจึงเห็นพ้องให้ยุติการปฏิบัติงานที่ศูนย์วิจัยและสถานที่ทดสอบอาวุธดังกล่าว และว่าเกาหลีเหนือจะดำเนินการรื้อถอนสถานที่ดังกล่าวทั้งหมดออกด้วยเพื่อเป็นเครื่องยืนยันกับประชาคมโลกว่าจะไม่มีการทดสอบเกิดขึ้นอีก นับแต่นี้เป็นต้นไป
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทวีตทันทีภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังประกาศดังกล่าวมีขึ้นในเกาหลีเหนือ ว่า “ถือเป็นข่าวดีมากสำหรับชาวเกาหลีเหนือและพลโลก พัฒนาการใหญ่มาก! จะตั้งตาคอยการประชุมของเราสองคน” เช่นเดียวกันกับทางการเกาหลีใต้ที่แสดงความยินดี ว่าเป็นพัฒนาการที่มีความหมายนำไปสู่การกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแม้แสดงความยินดี แต่กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นจะยังจับตาเกาหลีเหนือต่อไปอย่างใกล้ชิด
ส่วนนักวิเคราะห์มองว่า การประกาศยุติการพัฒนาและทดสอบแสนยานุภาพนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือแม้เป็นข่าวดี แต่ประชาคมโลกยังไม่ควรวางใจ เพราะนายคิม ยังไม่ส่งสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เรียกอาวุธนิวเคลียร์ว่า “ดาบวิเศษ” และว่าการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่จะทำให้ลูกหลานชาวเกาหลีเหนือสามารถมีชีวิตที่ดี มีความสุข และยืนหยัดอยู่ในโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี
