ทรัมป์ประกาศ อ้าแขนรับนักศึกษาจีน 600,000 คน เข้าศึกษาต่อในสหรัฐฯ ก่อนเผชิญคำวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ขณะที่การเจรจาการค้ากับจีนยังคงดำเนินต่อไป
วันที่ 28 ส.ค. เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 25 ส.ค. ระบุว่า รัฐบาลจะเปิดรับนักศึกษาจีนมากกว่าที่เคยมีมา เพื่อเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของสหรัฐฯ ขณะที่การเจรจาการค้ากับจีนยังคงดำเนินต่อไป
ทรัมป์เปิดเผยว่า แผนดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับนักศึกษาจีนเพิ่มอีก 600,000 คน แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเริ่มเมื่อใด โดยปัจจุบันมีนักศึกษาจีนประมาณ 270,000 คน กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ
โดยระบุว่า “ผมได้ยินมามากว่าเราจะไม่ให้นักศึกษาของพวกเขาเข้ามา เราจะให้นักศึกษาของพวกเขาเข้ามา มันสำคัญมาก 600,000 คน สำคัญมาก แต่เราก็ต้องไปกันได้ดีกับจีน”
คำประกาศนี้มีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เคยเปิดเผยแผนเข้มงวดเกี่ยวกับวีซ่านักศึกษาจีน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือกำลังศึกษาในสาขาที่ถือว่าเป็น “สาขาสำคัญ”

ภาพประกอบ
นอกจากนี้ ในช่วง 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง ทรัมป์และรูบิโอได้เพิกถอนวีซ่านักศึกษาต่างชาติกว่า 4,000 ราย ที่มีประวัติอาชญากรรมตั้งแต่ลอบวางเพลิงไปจนถึงเมาแล้วขับ
ด้าน คริสตี โนเอ็ม รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ยังเคยพยายามเพิกถอนวีซ่าของนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกว่า 7,000 ราย แต่ถูกศาลรัฐบาลกลางสั่งระงับ
แม้ที่ผ่านมาเคยแสดงท่าทีเข้มงวด แต่ทรัมป์ยืนยันเมื่อเดือนมิถุนายนว่า เขาสนับสนุนให้นักศึกษาจีนเดินทางเข้ามาเรียนในสหรัฐฯ โดยโควตา 600,000 คน หากเกิดขึ้นจริง จะนับเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์
สถิติสูงสุดก่อนหน้านี้อยู่ที่ราว 370,000 คนในปี 2019 ก่อนที่ตัวเลขจะลดลงจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์นิยมจำนวนมากทันที
การเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์มีขึ้นท่ามกลางสงครามภาษีระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เริ่มตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่ง โดยเขาเก็บภาษีสินค้าจีนในอัตรา 145% และจีนก็ตอบโต้ทันทีด้วยภาษี 125% ต่อสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ
แม้การเจรจาจะชะลอตัวลง แต่ล่าสุดทรัมป์ยังเผยว่าอาจเก็บภาษี 200% สำหรับแม่เหล็กนำเข้าจากจีน โดยให้เหตุผลว่าจีนผูกขาดตลาดโลกด้านแม่เหล็ก และสหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาหนึ่งปีกว่าจะผลิตได้เอง