คืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในเนปาล ดับพุ่ง 22 ศพ หลังวัยรุ่น Gen Z ลุกฮือประท้วงใหญ่ เผาทำลายอาคารรัฐสภา จุดไฟเผาบ้านภรรยาอดีตนายกฯ เสียชีวิต
วันที่ 10 ก.ย. บีบีซี รายงานความคืบหน้าสถานการณ์เหตุประท้วงครั้งใหญ่ในเนปาล หลังรัฐบาลประกาศแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 26 แพลตฟอร์ม รวมถึงเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เอ็กซ์ ยูทูบ
ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่วัยรุ่น “Gen Z” ที่พากันออกมาชุมนุมต่อต้านทั่วกรุงกาฐมาณฑุและหลายเมืองสำคัญ ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย บาดเจ็บหลายร้อยคน

Fire engulfs the Singha Durbar palace, whose grounds house government and parliament buildings. [Narendra Shrestha/EPA]
การชุมนุมบานปลายโกลาหล ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนบุกจุดไฟเผาอาคารราชการและรัฐสภา เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงสลายการชุมนุม
เพื่อควบคุมสถานการณ์ รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวในกรุงกาฐมาณฑุและเมืองสำคัญ รวมทั้งส่งทหารออกลาดตระเวน พร้อมสั่งปิดสนามบินนานาชาติทริภูวันชั่วคราว ทำให้เที่ยวบินหลายเที่ยวต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทาง

A demonstrator sits on a chair holding a monitor and phone taken from the Federal Parliament. [Adnan Abidi/Reuters]
กระแสความไม่พอใจทำให้รัฐบาลต้องถอย โดยประกาศยกเลิกคำสั่งแบนโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี เคพี ชาร์มา โอลี (K.P. Sharma Oli) ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เรือนจำรายงานว่า มีนักโทษกว่า 900 คนหลบหนีออกจากเรือนจำสองแห่งทางตะวันตกของประเทศ ท่ามกลางความโกลาหล ขณะเดียวกันกองทัพเนปาลประกาศพร้อมเข้าควบคุมสถานการณ์หากความไม่สงบยืดเยื้อ
นอกจากนี้ มีรายงานว่า นางราชยาลักษมี จิตราคาร์ ภริยาของนายจฮาลานาธ คานาล อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล ถูกกลุ่มประท้วงขังไว้ในบ้าน จากนั้นจุดไฟเผา ก่อนเสียชีวิตจากบาดแผลไฟไหม้รุนแรง

Smoke billows from the Federal Parliament of Nepal complex, where fires were ignited on September 9, 2025, during protests against the killings of 19 people a day earlier. [Adnan Abidi/Reuters]
ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์มองว่า การประท้วงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนแค่การต่อต้านการปิดกั้นเสรีภาพออนไลน์ แต่ยังเป็นเสียงสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการทุจริต ระบบอุปถัมภ์ และความเหลื่อมล้ำในสังคมเนปาล ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองในอนาคต