สั่งปลดออกทันที นักบินดื่มแอลกอฮอล์ จนเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ ผู้โดยสารและลูกเรือ 103 คนต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง
วันที่ 14 ก.ย. บีบีซี รายงานว่า นักบินและผู้ช่วยนักบินของสายการบินแอร์พีซ สายการบินเอกชนของไนจีเรีย ถูกตรวจพบว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย หลังจากเครื่องบินทำการบินไถลออกนอกทางวิ่งระหว่างการลงจอดในไนจีเรีย
สำนักงานสอบสวนความปลอดภัยทางการบินไนจีเรีย (NSIB) ได้ทำการตรวจร่างกายทั้งสองหลังเกิดอุบัติเหตุเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ท่าอากาศยานนานาชาติพอร์ตฮาร์คอร์ต นอกจากนี้ยังมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องตรวจพบสารกัญชาในร่างกายด้วย
เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 103 คนอยู่บนเครื่องบินโบอิ้ง 737 แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
สายการบินแอร์พีซ ระบุว่า ทางสายการบินได้ปลดนักบินวัย 64 ปีออกจากตำแหน่งทันที เนื่องจากละเมิดข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

ภาพประกอบ
ขณะที่ผู้ช่วยนักบินได้รับอนุญาตให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ หลังจากผ่านการสอบสวนเบื้องต้นและได้รับการยืนยันจากสำนักงานการบินพลเรือนไนจีเรีย (NCAA) ว่าไม่มีความผิดปกติ
รายงานของ NSIB ระบุว่า การตรวจพบสารเอทิลกลูคูโรไนด์ (EtG) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มึนเมาในแอลกอฮอล์ นักบินและผู้ช่วยนักบิน บ่งชี้ถึงการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาไม่นานก่อนเกิดเหตุ ด้านลูกเรืออีกหนึ่งคนยังตรวจพบสาร THC ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์หลักในกัญชา
ทางสายการบินชี้แจงว่า จนถึงขณะนี้ เรายังไม่ได้รับการสื่อสารอย่างเป็นทางการใดๆ จาก NSIB เกี่ยวกับผลการตรวจ แม้จะผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งเดือนหลังเกิดเหตุ และการตรวจแอลกอฮอล์นั้นเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังเหตุการณ์
ตามข้อมูล เผยว่า นักบินมีชั่วโมงบินสะสมมากกว่า 18,000 ชั่วโมง ส่วนผู้ช่วยนักบินวัย 28 ปีมีชั่วโมงบินราว 1,200 ชั่วโมง
ด้าน NSIB ระบุว่า การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และในเบื้องต้นได้แนะนำให้มีการพัฒนาการฝึกอบรมเพิ่มเติม และเสริมสร้างมาตรการภายในให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
แม้ว่าในไนจีเรียจะไม่มีเหตุการณ์เครื่องบินตกมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังพบปัญหาเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์หรือยางแตกระหว่างลงจอดเป็นบางครั้ง
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หน่วยงานการบินได้เปิดศูนย์ข้อมูลการบินแห่งใหม่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอากาศยาน แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันเพิ่มเติม และพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ