ฟันธงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คณะสืบสวนUNสรุปแล้ว-อิสราเอลซัดเปลือกปลอม

ฟันธงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ – วันที่ 16 ก.ย. รอยเตอร์รายงานว่า คณะสืบสวนข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เผยข้อสรุปการสืบสวนพบทางการอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซ่าจริง ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้รายงานการสืบสวนของยูเอ็นทันทีว่า “เปลือก-ปลอม”

คณะสืบสวนดังกล่าวประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติได้รับมอบหมายจากยูเอ็นให้สืบหาข้อเท็จจริงกรณีข้อครหาจากประชาคมโลกว่าอิสราเอล “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวปาเลสไตน์ หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซ่า นำมาสู่รายงานสรุปหนาถึง 72 หน้า

รายงานดังกล่าวของยูเอ็นยกตัวอย่างที่อิสราเอลได้กระทำ อาทิ ขนาดของการฆ่าล้าง การสกัดกั้นสิ่งของบรรเทาทุกข์ การบังคับย้ายถิ่นฐาน และการโจมตีสถานพยาบาล รวมถึงคลินิกผดุงครรภ์ สอดคล้องกับข้อสรุปของกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนอีกหลายกลุ่ม

นางนาวี ปิลเลย์ อดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี ในฐานะหัวหน้าคณะสืบสวนข้อเท็จจริงของยูเอ็น กล่าวว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กำลังเกิดขึ้นในกาซ่า

“ความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่โหดร้ายนี้เป็นของทางการอิสราเอล บุคคลระดับสูงสุดของอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้อำนวยการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ การทำลายล้างชาวปาเลสไตน์ในกาซ่า” นายปิลเลย์กล่าว

นายเดเนียล เมรอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น กล่าวตอบโต้รายงานสรุปดังกล่าวของยูเอ็นทันควัน ว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีและเปลือกปลอม พร้อมกล่าวหาว่าจัดทำขึ้นโดยบรรดาผู้สนับสนุนกลุ่มฮามาส

“อิสราเอลขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของคณะสืบสวนข้อเท็จจริงของสหประชาชาติทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง” นายเมรอนกล่าว

รายงานระบุว่า อิสราเอลซึ่งเคยกล่าวหาคณะสืบสวนข้างต้นของยูเอ็นว่ามีแรงผลักดันทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือใดๆ กับคณะสืบสวนด้วย

แม้รายงานสรุป 72 หน้าของคณะสืบสวนยูเอ็นนั้นไม่ได้มีผลอัตโนมัติต่อจุดยืนโดยรวมของยูเอ็น ซึ่งยังไม่ใช้วลีว่า “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” แต่ยูเอ็นกำลังเผชิญแรงกดดันจากชาติสมาชิกทั่วโลก ให้ปรับเปลี่ยนจุดยืนมาใช้วลีดังกล่าว

นอกจากนี้ อิสราเอลยังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในกาซ่าที่ศาลไอซีซี นครเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยอิสราเอลยังคงยืนกรานว่ามีสิทธิป้องกันตัวเต็มที่ หลังถูกฮามาสก่อเหตุสังหารหมู่ มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,200 ราย เมื่อ 7 ต.ค. 2566

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการกวาดล้างฮามาสในกาซ่าของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 64,000 ราย และชาวปาเลสไตน์เกือบ 2 ล้านคน กำลังเผชิญกับวิกฤตความอดอยากอย่างสุดขั้ว

ทั้งนี้ อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ. 2491 ซึ่งมีจุดกำเนิดจากเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยนาซีเยอรมนีเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นิยามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไว้ ว่า

“มีเป้าประสงค์เพื่อทำลายล้าง บางส่วนหรือทั้งหมด ความเป็นรัฐชาติ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเชื่อทางศาสนา” โดยหากพฤติกรรมเข้าข่าย 1 ใน 5 ส่วนของนิยามก็จะถือว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนิยามของอนุสัญญาฉบับข้างต้นทันที

ขณะที่รายงานของคณะสืบสวนข้อเท็จจริงยูเอ็นนั้นพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายนิยาม 4 ใน 5 ส่วน ได้แก่ การเข่นฆ่า การทำให้บาดเจ็บทางร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง เจตนาคิดคำนวณทำให้เกิดสภาพชีวิตอันนำไปสู่การถูกทำลายล้างของชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงการดำเนินมาตรการเพื่อคุมกำเนิดประชากร

ภายในรายงานนำเสนอพร้อมหลักฐานและพยานจากทั้งพลเรือน เจ้าหน้าที่การแพทย์ เอกสารฉบับจริง ภาพวิเคราะห์ดาวเทียม ที่รวบรวมมาตั้งแต่ภารกิจกวาดล้างของอิสราเอลเริ่มขึ้น

คณะสืบสวนข้อเท็จจริงยูเอ็นยังสรุปด้วยว่า ถ้อยแถลงในหลายโอกาสของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และบุคคลระดับสูงของอิสราเอลนั้นเป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความประสงค์ที่ต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

พร้อมยกตัวอย่างจดหมายของนายเนทันยาฮูที่ส่งไปให้กับทหารอิสราเอลในเดือนพ.ย. 2566 เปรียบเทียบภารกิจกวาดล้างฮามาสในกาซ่าเป็น “สงครามศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลายล้างอย่างราบคาบ” ตามพระคัมภีร์ฮีบรู

คณะสืบสวนข้อเท็จจริงยูเอ็นยังเอ่ยถึงบุคคลระดับสูงอื่นที่มีส่วนรับผิดชอบอื่นอีก เช่น ประธานาธิบดีไอแซ็ก เฮอร์ซ็อก ผู้นำอิสราเอล และนายโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล

นางปิลเลย์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวคณะอนุญาโตตุลาการคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ที่มีผู้ถูกสังหารกว่า 1 ล้านคน เมื่อปี 2537 ระบุว่า เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วมีลักษณะหลายอย่างคล้ายกัน โดยเฉพาะการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่าย เช่น การเรียกว่าเป็นสัตว์เดรัจฉาน ทำให้การเข่นฆ่านั้นสามารถกระทำได้โดยง่าย

“ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานข้อสรุปการสืบสวนฉบับนี้จะช่วยเปิดหูเปิดตาและทำให้นานาชาติเปิดใจเสียที” นางปิลเลย์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน