ชายไต้หวันทำบะหมี่ซอสงา กินเสร็จตัวเหลืองทั้งตัว หามส่งโรงพยาบาล พบภาวะตับวายเฉียบพลัน เกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้นเหตุมาจากซอสหมดอายุ
นพ.เจียง โช่วซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตของไต้หวัน เปิดเผยกรณีทางการแพทย์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกันถึงซอสหรือเครื่องปรุงที่หมดอายุอาจกลายเป็นภัยร้ายถึงชีวิต โดยชายวัย 40 ปีรายหนึ่งเผลอทานซอสงาที่เก็บไว้นานในตู้เย็น ส่งผลให้เกิดภาวะตับวายเฉียบพลัน มีอาการดีซ่านรุนแรงและน้ำตาลในเลือดต่ำจนเกือบเสียชีวิต
แพทย์ระบุว่า ชายคนนี้เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี แต่สุขภาพคงที่มานาน วันหนึ่งภรรยาไม่อยู่บ้าน เขาจึงทำบะหมี่ทานเองและหยิบขวดซอสงาโดยไม่ดูวันหมดอายุจากตู้เย็นมาปรุง หลังรับประทานได้ไม่นานก็มีอาการตัวเหลืองรุนแรงและน้ำตาลในเลือดต่ำ ถูกนำส่งโรงพยาบาล ตรวจพบว่ามีภาวะตับวายเฉียบพลัน

โชคดีที่รักษาทันเวลา ทำให้สามารถฟื้นตัวได้ด้วยวิธีการรักษาแบบประคับประคอง และสุดท้ายตับกลับมาทำงานปกติ หลังสอบสวนพบว่าต้นเหตุคือซอสงาที่หมดอายุแล้ว นพ.เจียงอธิบายว่า ซอสงาทำจากงา ซึ่งเสี่ยงต่อการปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน (เชื้อราพิษ) หากเก็บไว้นานหรือเก็บในตู้เย็นไม่เหมาะสม ยิ่งเสี่ยงทำให้เชื้อราและสารพิษสะสมจนทำลายตับได้
นพ.เจียงเตือนว่า อากาศร้อนชื้น เครื่องปรุงในครัวที่ “เปิดแล้วใช้ไม่หมด” หรือเก็บในตู้เย็นปิดไม่สนิท เพียง 3 – 4 ชั่วโมงก็อาจทำให้ซอสเสื่อมสภาพและขึ้นราได้ แพทย์ย้ำว่า แม้จะยังอยู่ในวันหมดอายุ แต่หากมี “กลิ่นผิดปกติหรือมีเชื้อราขึ้น” ต้องทิ้งทันที ห้ามเสียดาย

นอกจากนี้ นพ.เจียง โช่วซานยังเสริมว่า แม้ซอสจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร แต่ก็มีความเสี่ยงในตัวเอง เช่น ซอสที่มีเกลือสูงอาจกระทบสุขภาพ ส่วนซอสที่ลดเกลือมักมีการเติมสารกันเสียแทน ดังนั้นผู้บริโภคควรใส่ใจเรื่องการเลือกใช้และการเก็บรักษา โดยทางที่ดี หลังเปิดใช้แล้วควรบริโภคให้หมดภายในเวลาสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพ