ดราม่าพลิก สามีอดีตหัวหน้า HR ชู้รักไวรัลมีมฉาว โป๊ะแตกกลางคอน พาคู่เดตมาดูคอนเสิร์ตด้วย ทั้งที่ก่อนหน้าเจ้าตัวอยู่ที่ญี่ปุ่น
เรื่องราวประเด็นหลังคริสติน แคบเบิท อดีตหัวหน้าฝ่ายบุคคล จากไวรัลกล้องคิสแคมจับขึ้นจอยักษ์กลางคอนเสิร์ตของวง Coldplay ขณะกอดกับอดีตซีอีโอ จนเป็นมีมฉาวกระฉ่อนทั่วโลก ออกมาเผยว่าเธอได้ยื่นฟ้องหย่าสามีแล้ว
ล่าสุดดราม่าส่อพลิก มีรายงานสามีของอดีตหัวหน้าฝ่ายบุคคล อยู่ในคอนเสิร์ตพร้อมมากับคู่เดตเช่นเดียวกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แอนดรูว์ แคบเบิท สามีของคริสติน อยู่ที่ญี่ปุ่นในช่วงเกิดกรณีอื้อฉาว
แต่สื่อ PEOPLE รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า “จริงๆ แล้วแอนดรูว์ก็อยู่ในคอนเสิร์ต Coldplay ที่ซีแอตเทิลเช่นกัน และไปกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันเป็นแฟนใหม่ของเขา”
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศยังเผยเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดกรณีดังกล่าวทั้งคริสตินและแอนดรูว์ได้แยกกันอยู่มาหลายสัปดาห์แล้วโดยสมัครใจที่งสองฝ่าย
ในคืนนั้น คริสตินนั่งอยู่ในพื้นที่กับเพื่อนร่วมงาน (แต่ไม่ใช่พื้นที่ของบริษัทคริสติน) ขณะที่สามีก็อยู่ในงานเดียวกันกับคู่เดตของเขา ขณะกล้องจับภาพ คริสตินถูกเห็นอยู่ในอ้อมแขนของแอนดี้ ไบรอน ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบและใช้มือปิดหน้า เมื่อทั้งคู่รู้ตัวว่ากำลังติดอยู่บนจอขนาดยักษ์ก่อนที่คลิปจะกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก
ต่อมาแหล่งข่าวให้สัมภาษณ์กับ PEOPLE ว่า “เธอรู้ดีว่าการกอดกับเจ้านายในงานคอนเสิร์ตนั้นไม่เหมาะสม แม้ว่าเธอกับแอนดี้จะมีความสัมพันธ์การทำงานที่ดีและเป็นเพื่อนสนิท แต่ไม่ได้มีชู้กัน”

ภาพประกอบ
“มันไม่เหมาะสมก็จริง และเธอก็ยอมรับความรับผิดชอบเต็มที่ แต่การที่เรื่องบานปลายจนเสียชื่อเสียงและต้องลาออกจากงาน ถือว่าเกินกว่าเหตุ” โดยแหล่งข่าว ระบุอีกว่า ทั้งคริสตินและแอนดี้ต่างยื่นลาออกจากตำแหน่งหลังคลิปดังกล่าวแพร่กระจาย
ด้านแอนดรูว์ สามีของคริสติน ได้ยื่นเรื่องฟ้องหย่าไปแล้วตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม โดยโฆษกยืนยันกับ PEOPLE ว่าทั้งคู่ได้แยกกันอยู่และหย่าร้างอย่างเป็นส่วนตัว ก่อนหน้าคอนเสิร์ต Coldplay หลายสัปดาห์
ขณะเดียวกัน เมแกน เคอร์ริแกน ภรรยาของแอนดี้ ไบรอน ซึ่งทำงานตำแหน่งรองผู้อำนวยการที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้ลบนามสกุลออกจากโปรไฟล์เฟซบุ๊ก ก่อนจะปิดบัญชีส่วนตัวในเวลาต่อมา
ในคอนเสิร์ตต่อๆ มาหลังเหตุการณ์ คริส มาร์ติน มักหยอกล้อกับแฟนๆ โดย เตือนล่วงหน้าก่อนที่กล้องจะหันไปจับผู้ชม เรียกเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์จากผู้ชมในแต่ละเมือง กลายเป็นการหยิบเอาดราม่าระดับนานาชาติมาเล่นให้เป็นสีสันบนเวที